หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านน้ำตาซ...

ชาวบ้านน้ำตาซึม ถูก ผู้ใหญ่บ้านสาว แจ้งความหมิ่นประมาท หลังขอให้แจงค่าใช้จ่ายของวัด

25.07.24 | 19:22 น.

ชาวบ้านน้ำตาซึม ถูก ผู้ใหญ่บ้านสาว แจ้งความหมิ่นประมาท หลังขอให้แจงเงินจัดงานพระราชทานเพลิงอดีตเจ้าอาวาส

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ชาวบ้านหมู่ 2 บ้านสองชั้น ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 20 คน เดินทางไปให้กำลังใจ นางกัลยา อายุ 64 ปี กรรมการวัดโคกแก้วสองชั้น และ อสม.ในหมู่บ้าน

หลังจากถูกนางจินดา อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน แจ้งความเอาผิดในข้อหา ”ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงฯ”

โดยหลังจากกลับจากการให้การ ชาวบ้านกลุ่มนี้ได้กลับมาที่วัดโคกแก้วสองชั้น ต.สองชั้น เพื่อมาปรึกษากันถึงแนวทางการต่อสู้ที่ไร้นักกฎหมายเข้ามาช่วย ต่างจากผู้ใหญ่บ้านที่มีทนายมาเป็นพี่เลี้ยงให้

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.-10 ก.ค. ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดงานพระราชทานเพลิง ”พระครูวิทิตธรรมสาร” (พงษ์อริยะ ธมฺมสาโร/พูนศิริ) อายุ 85 พรรษา 62 เป็นอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลสองชั้น อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกแก้วสองชั้น รวมการจัดงาน 12 วัน

Advertisement

นางกัลยาเล่าว่า หลังจบงานผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ เงินทั้งหมดซึ่งอยู่กับผู้ใหญ่บ้านยังไม่มาชี้แจง วันนั้นเป็นวันพระ จะมีชาวบ้านมารวมตัวกันในวัดเป็นจำนวนมาก แต่ละคนอยากรู้ว่าการจัดงานมีเงินขาดเหลือเท่าไหร่ ตนในฐานะที่เป็นคณะกรรมการวัดและเป็น อสม.ในพื้นที่อยากรู้ ประกอบกับชาวบ้านให้ตนเป็นตัวแทนสอบถาม จึงถามว่า ”ท่านผู้ใหญ่ในช่วงการจัดงานของหลวงพ่อมีค่าใช้จ่ายในแต่ละวันมีอะไรบ้าง แจ้งให้ฟังหน่อย”

นางกัลยาเล่าว่า หลายวันต่อมาตนกลับได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฐานหมิ่นประมาท อ้างว่าตนไปพูดว่าเขายักยอกทรัพย์ ตนยืนยันว่าไม่เคยพูด

เมื่อสอบถามว่าใครเป็นคนเก็บเงินทำบุญในห้วง 12 วัน นางกัลยา บอกว่า ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนเก็บไว้ที่บ้านทั้งหมด หลังสอบถามไปแล้ว ผู้ใหญ่บ้านชี้แจงแต่ยอดรวม ไม่แยกเป็นวันว่าแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายหรือรายรับเท่าไหร่

นางกัลยาเล่าแบบน้ำตาซึมว่า จากที่กล้าจะพูดกล้าจะถามผู้นำหมู่บ้าน ตอนนี้ไม่ติดใจแล้วต้องปล่อยให้เลยตามเลย ผู้ใหญ่บ้านยังกล่าวหาว่าตน ”เก่งนักจะเอาให้เข็ด” ความรู้สึกตอนนี้อยากร้องไห้ เพราะที่ผ่านมาทำบุญด้วยใจแต่กลับได้ผลลัพธ์โดนแจ้งความเอาผิดทั้งที่หวังดีต่อชุมชน ไม่อยากทำอะไรแล้ว

ผู้สื่อข่าวสอบถามนางจินดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 คนแจ้งความกล่าวหา เล่าว่า วันที่นางกัลยาถามว่าทำไมไม่ชี้แจงรายรับรายจ่ายวันต่อวัน จึงตอบไปว่าเดี๋ยวจะถ่ายเอกสารไปให้อีกทีหนึ่ง

พอวันที่เขามาตรวจสอบบัญชีวัดจึงได้เอาไป แล้วทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้ว แต่ไม่คิดว่าเขาจะถามเป็นรายวัน เพราะทำยอดรวมเอาไว้ สิ่งที่ตนติดใจคือคำถามที่ว่า ”ทำไมยอดได้น้อย”

สาเหตุที่ไปแจ้งจับเพราะเขาไปพูดข้างนอกว่าเงินวัดได้น้อย แล้วผู้ใหญ่อยู่คนเดียว นับเงินคนเดียว จริงๆ แล้วไม่ใช่ได้นับเงิน มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2-3 หมู่บ้านมาร่วมนับด้วยแต่ไม่ให้คณะกรรมการวัดมานับเพราะให้ไปทำหน้าที่อื่น

ผู้ใหญ่บ้านยอมรับด้วยว่าเงินทั้งหมดตนเอาไปเก็บไว้ที่บ้านทุกวัน ถ้าเอาไปไว้ที่วัดก็ไม่รู้จะเอาไปไว้ให้ใคร หากจะประนีประนอมกันตอนนี้ตนยังไม่รับ ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องยอมความกัน