เจ๊แต๋วปลาสลิด ท้าชน ปลาหมอคางดำ มาระบาดให้มากๆ จะเฉือนตากแห้งขายให้เกลี้ยง ติงรัฐบาลทำงานเชื่องช้าไม่แก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นางธัญพร อินทรวงษ์ หรือ เจ๊แต๋วปลาสลิด อายุ 64 ปี แม่ค้าขายปลาสลิดแดดเดียว บริเวณย่านปากคลองปีกการิมถนนสุขุมวิทสายเก่า (สาย 3) พื้นที่แนวตะเข็บรอยต่อระหว่างหมู่ 8 ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ กล่าวถึงการระบาดของปลาหมอคางดำที่กำลังรุกคืบเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีประชาชนจับได้จากคลองสาธารณะขึ้นมาบริโภคได้เกือบทุกวันว่า
นางธัญพรกล่าวว่า ขอให้ปลาหมอคางดำระบาดเข้ามาให้มากเพียงพอที่จะนำมาทำปลาตากแห้งแดดเดียวขายจริงๆ เพราะมีคนเข้ามาถามหาซื้อกินอยู่หลายราย แต่ปัจจุบันยังมีระบาดเข้ามาจำนวนน้อยไม่มากเพียงพอที่จะนำมาเฉือนผ่าท้องตากแห้งขายได้ หากมีเข้ามามากๆ จะรับซื้อไม่อั้น เพื่อเฉือนตากขายให้หมด แบบไม่มีหลงเหลืออยู่ในพื้นที่เลย เพราะเคยทำมาแล้วกับปลาหมอเทศน้ำเค็ม ที่เคยระบาดหนักตามแนวชายฝั่งทะเลย่านนี้เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ตนก็ได้รับซื้อนำมาเชือดตากขายจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือมาแล้ว เพราะปลาหมอเทศนั้นกินอร่อยและยังมีกลิ่นหอม ส่วนปลาหมอคางดำนั้นยังไม่เคยกินแต่น่าจะเหมือนกับปลานิล

นางธัญพรกล่าวว่า อีกทั้งรูปร่างลักษณะของปลาหมอคางดำก็ยังคล้ายคลึงกับปลานิลมาก เมื่อตัดหัวออกไปแล้วคนก็อาจไม่รู้ เขาก็กินกันได้หมด ขณะที่ปลานิลในปัจจุบันมีเหลือน้อยมาก และราคาแพงขึ้นทั้งยังขาดตลาดอีกด้วย ทราบมาจากชาวบ้านว่าปลาหมอคางดำมีระบาดเข้ามาในพื้นที่แล้ว แต่ตนยังไม่เคยพบเจอกับตัวเอง แต่หากมีคนนำมาขายให้ก็จะรับซื้อมาทำตากแห้งแดดเดียว โดยเชื่อว่ายังมีระบาดเข้ามาไม่มาก ไม่พอที่จะนำมาเชือดตากแห้งขาย “หากมีมาจริงๆ จะหั่นให้หมดเลย” ปลาอะไรที่ว่าดุก็ไม่กลัวทั้งนั้น จึงยังไม่รู้สึกว่าจะตื่นตระหนกอะไร
นางธัญพรกล่าวว่า แม้ปลาหมอคางดำจะถูกตีราคาต่ำหรือไม่มีราคา แต่หากนำมาแปรรูปทำเค็มแล้ว ก็จะกลายเป็นของที่มีราคาขึ้นมาได้ทั้งหมด เพราะทำให้คนกินได้ โดยรัฐบาลจะต้องสนับสนุนการกำจัดด้วยการรับซื้อแล้วนำมาขายให้แก่แม่ค้าเชือดทำปลาเค็มในราคาถูกไม่เกิน 10 บาท เพราะอยากจะขอเอาคืนบ้างในฐานะประชาชน ที่ถูกขูดเลือดเนื้อทั้งค่าน้ำค่าไฟฟ้าที่แพงมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ค่าภาษีป้ายหน้าร้าน ที่เดิมเคยทำรูปตัวปลาสลิดจำลองเอาติดตั้งไว้ที่ด้านข้างป้ายชื่อร้าน จำนวน 3 ตัว

นางธัญพรกล่าวว่า แต่ได้ถูกหน่วยงาน อบต.ท้องถิ่นเข้ามารีดเก็บภาษีมากถึง 13,000 บาท จากเดิมที่เคยจ่ายภาษีปีละ 2 พันกว่าบาท จึงต้องนำออกไปให้เหลือแต่เพียงชื่อร้าน จึงจ่ายภาษีลดลงเหลือ 1 พันบาทต่อปี ชาวบ้านคนค้าขายถูกบีบเอาหมดทุกอย่าง บีบกันจนจะอดตายแทบจะกินเกลือกันอยู่แล้ว ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การค้าขายเงียบเหงามาก จนแทบจะตายกันหมดอยู่แล้ว หน้าร้านเงียบลงทุกวัน จากเดิมที่เคยขายได้วันละกว่า 1 หมื่นบาท ขั้นต่ำอย่างไม่ได้ก็ประมาณ 8 พันบาท
นางธัญพรกล่าวว่า แต่ปัจจุบันเหลือเพียงวันละ 2 พันบาท ท่ามกลางภาระค่าใช้จ่ายที่ล้นตัว จนขณะนี้บ้านที่ผ่อนชำระอยู่ได้ถูกทางธนาคารยึดไปแล้ว ต้องพากันมานอนขายของอยู่ที่แผงข้างถนน รถยนต์ก็ถูกยึดไปหมดแล้วเหลือแต่เพียงส่วนของบุตรสาวเท่านั้น เงินหมื่นที่เคยขายได้ไม่เคยเห็นอีกแล้ว เมื่อก่อนเราขายของได้ดีก็มีกำลังที่จะส่ง แต่เมื่อขายของไม่ดีเราก็ไม่มีกำลังจะส่ง จึงต้องปล่อยให้เขายึดเอาไป
นางธัญพรกล่าวว่า ตั้งแต่นายเศรษฐา ทวีสิน เข้ามาบริหารประเทศ เขาไม่เห็นจะบริหารอะไรให้เราเลย อยากจะได้นายกรัฐมนตรีในดวงใจที่เลือกไปก็ไม่ได้ อยากจะได้คนที่เข้ามาบริหารงานได้จริงๆ ก็ไม่ได้ อะไรก็แพงแต่ของเรากลับขายอืดกันทั้งหมดถ้วนหน้าทุกแผง หากได้ปลาหมอคางดำมาในราคาถูก เราจะนำมาแล่ทำปลาแห้งขายในราคาถูกได้ ถือเป็นการช่วยปราบปรามปลาหมอคางดำเพื่อไม่ให้ระบาดได้มาก หากได้ปลามาในราคาแพงเมื่อต้นทุนสูงคนก็จะไม่ซื้อกิน ก็จะเหลือล้นเต็มคลอง

นางธัญพรกล่าวว่า ทุกวันนี้อะไรก็ถูกจับยัดเข้าไปขายกันในห้างหมดแล้ว แม้กระทั่งถั่วต้ม ขณะที่คนรากหญ้ากำลังจะอดตายกันหมด เพราะถูกแย่งอาชีพเอาไปหมด ประชาชนจะกินอะไรของก็ขายยาก ทำให้ชาวบ้านไม่มีเงินจะซื้อกิน จะเห็นได้จากคนที่มาซื้อปลาที่จะซื้อแค่เพียงครั้งละ 2-3 ตัวเท่านั้น จากเมื่อก่อนซื้อกันเป็นกิโล อย่างน้อย 3-5 กก. แม้แต่ในช่วงเทศกาล ของฝากคนก็ไม่ซื้อไปฝากกันแล้ว เพราะไม่มีเงินจะซื้อฝากกัน
นางธัญพรกล่าวว่า เมื่อก่อนในช่วงเทศกาลนั้นจะมีลูกค้าเข้ามาซื้อกันคนละ 5-10 กก. นำไปฝากพี่น้อง แต่เดี็ยวนี้ไม่มีจริงๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาที่เพิ่งผ่านพ้นมาหมาดๆ จะเห็นได้ชัด โดยตนเตรียมปลาเอาไว้ขายจำนวนมาก แต่ขายปลาออกได้ไม่ถึง 7 พันบาท จากที่เคยขายได้ในช่วงเทศกาลอย่างน้อย 1-2 หมื่นบาท ผู้คนต่างหดหายกันไปหมด เพราะไม่มีใครเข้ามาซื้อเป็นของฝากถือว่าย่ำแย่มากที่สุด


