พบนักท่องเที่ยวสัญชาติอเมริกัน เกษียณอายุราชการ วัย 77 ปี เป็นศพในห้องพักอพาร์ตเมนต์เมืองจันท์ ตำรวจเร่งส่งศพชันสูตรสาเหตุ คาดโรคประจำตัวรุมเร้า
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม เวลา 12.00 น. พ.ต.ต.ธนชษฐ์ พรหรมทา สว.สส.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรีว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เสียชีวิตในห้องพักโดยไม่ทราบสาเหตุ ในอาพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เขต อ.เมืองจันทบุรี หลังรับแจ้งได้พร้อมตำรวจสืบสวน ตำรวจ ตม., แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลพระปกเกล้า และกำลังอาสากู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ร่วมเดินทางตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบอยู่บนห้องพักชั้น 5 ลักษณะห้องพักถูกดัดแปลงเจาะผนังห้องติดตั้งประตูเปิดเข้าหากัน โดยภายในห้องนอนร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ เพศชาย 1 ราย สภาพเปลือยกายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างเตียง จากผลการชันสูตรของแพทย์เบื้องต้น ไม่พบมีบาดแผลร่องรอยจากการถูกทำร้าย หรืออุบัติเหตุ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน

ขณะทางตำรวจได้ตรวจสอบภายในห้องพัก พบมีห่อยารักษาโรคประจำตัว วางอยู่บนเตียงนอน ข้าวของเครื่องใช้วางอยู่ในสภาพปกติ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายภาพบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนของ พ.ต.ต.ธนชษฐ์ พรหรมทา สารวัตรเวรเจ้าของคดี ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ มิสเตอร์ สตีเว่น โทมัส อายุ 77 ปี สัญชาติอมเริกา ตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวข้าราชการวัยเกษียณ

ขณะที่ นางเอี่ยม (นามสมมุติ) ผู้ดูแล มิสเตอร์ สตีเว่น และพักอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตได้เข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยและพักอาศัยอยู่ห้องดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว ระยะหลังเริ่มมีอาการป่วยรุมเร้า ทั้งต่อมลูกหมากโต และต่อมน้ำเหลือง ซึ่งได้พยายามพาไปรักษาและติดต่อแจ้งให้ญาติได้ทราบ แต่ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตมักไม่ยอมให้ความร่วมมือที่จะไปรับการรักษา ล่าสุด ได้พบกับ มิสเตอร์ สตีเว่น ครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็พบว่าอยู่ในอาการอิดโรย ซึ่งพยายามพูดจาหว่านล้อมจะพาไปรักษา แต่ มิสเตอร์ สตีเว่น ไม่ยินยอม จากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเนื่องจากต้องไปดูแลหลาน จนมาช่วงสายของวันนี้ได้เข้ามาดูที่ห้องก็พบว่า มิสเตอร์ สตีเว่น ได้เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม สาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นได้ประสานกู้ภัย นำร่างผู้เสียชีวิต ส่งชันสูตรสาเหตุโดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนติดต่อให้ญาติรับดำเนินการต่อไป


