วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา กำลังประสบปัญหากับแหล่งน้ำในพื้้นที่ต่างๆ นั้นเริ่มแห้งขอด ประกอบกับทางชลประทานยังไม่มีการจัดส่งน้ำมาตามคลองส่งน้ำชลประทาน เพื่อไม่ให้เกษตรกรนั้นมีการทำนาปรังและปลูกพืชฤดูแล้ง เนื่องจากจะต้องรักษาปริมาณน้ำไว้ในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกต้นแมงลัก ในพื้นที่บ้านแป๊ะ หมู่ 8 ตำบลสีมุม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ต้องประสบปัญหากับต้นแมงลักเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ใบเริ่มมีลักษณะเป็นสีเหลืองและเริ่มหงิกงอ จากการขาดน้ำในการหล่อเลี้ยง อีกทั้งยังต้องประสบกับเชื้อราน้ำค้างที่เกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ใบแมงลักนั้นเกิดเป็นจุดสีดำและเริ่มหงิกงอ
นางบุญยัน เตียนพลกรัง อายุ 46 ปี เกษตรกรผู้ปลูกต้นแมงลัก เปิดเผยว่า เดิมที่ตนเองนั้นเคยปลูกกวางตุ้ง แต่เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องใช้น้ำในการเลี้ยงดูมาก จึงตัดสินใจที่จะหันมาปลูกต้นแมงลัก ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำในการดูแลน้อย อีกทั้งใช้ระยะเวลาเพียง 1 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยจำหน่ายอยู่ที่กำละ 3 บาท แต่เนื่องจากในพื้นที่นั้นทางชลประทานไม่มีการปล่อยน้ำออกมาให้ ทำให้ตนเองนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่่เดือนละ 4,000 บาท ทำให้ในแต่ละเดือนจะต้องซื้อน้ำมันมาทำการสูบน้ำจากลำตะคองเข้ามายังแหล่งกักเก็บน้ำ อีกทั้งจากเดิมที่เคยรดน้ำต้นแมงลักวันละ 2 ครั้ง ก็จะต้องเหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง ทำให้ต้นแมงลักนั้นเริ่มมีลักษณะขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงลำต้น ใบเหลืองเริ่มหงิกงอ ประกอบกับในช่วงนี้มีสภาพอากาศที่แปรปรวนโดยในช่วงเช้านั้นมีอากาศที่ร้อนจัด และในช่วงเย็นมีอากาศที่หนาวเย็นเกิดมีเชื้อราน้ำค้างเริ่มระบาดในพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง