เปิดใจผู้โดยสารรถไฟ ประสบภัยฝุ่นทะลักอุโมงค์ผาเสด็จ แสบหู แสบตาไปหมด พนง.ต้องตามเช็ดที่พื้น ย้ำไมได้ให้ร้าย อยากให้ รฟท.ปรับปรุง-พัฒนา
จากกรณี การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดบริการเดินรถรถไฟแบบทางคู่สายอีสาน รวมระยะทาง 42.90 กิโลเมตร ประกอบด้วย ช่วงมาบกะเบา-มวกเหล็กใหม่ ระยะทาง 13.20 กิโลเมตร และ ช่วงบันไดม้า-คลองขนานจิตร ระยะทาง 29.70 กิโลเมตร วันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันแรก ไฮไลต์คือ อุโมงค์ผาเสด็จ (อุโมงค์ที่ 1) ตั้งอยู่ระหว่างสถานีมาบกะเบากับสถานีหินลับ เป็นอุโมงค์คู่ทางเดี่ยว กว้าง 7.50 เมตร สูง 7.00 เมตร ระยะทาง 5.41 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในประเทศไทย ทว่าเมื่อเปิดให้บริการก็เกิดปัญหาทันที ฝุ่นเต็มอุโมงค์ ลอยฟุ้งเต็มอากาศ เลอะเต็มตัวผู้โดยสาร รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติสะท้อนว่ามีควันน้ำมันดีเซลบนขบวนรถด่วนที่ 17 ทิ้งคราบไว้บนเคสโทรศัพท์ด้วย
เรื่องนี้ รฟท.ทราบปัญหาแล้ว ตรวจสอบพบว่าเป็นฝุ่นค้างสะสมอยู่ในอุโมงค์ ซึ่งมีกระแสลมพัดเข้ามาสะสมภายหลังจากการก่อสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งแม้ก่อนเปิดให้บริการ ผู้รับจ้างจะใช้พัดลมเป่าอัดอากาศเพื่อไล่ฝุ่น แต่ก็ยังมีฝุ่นเข้ามาสะสมอยู่ ขณะนี้ได้ประสานผู้ว่าจ้างฉีดล้างทำความสะอาด ก่อนใช้พัดลมเป่าอัดอากาศไล่ฝุ่น โดยใช้เวลา 14 วัน และจะกลับมาให้บริการในเส้นทางนี้วันที่ 12 สิงหาคม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายจตุพล ผู้โดยสารรถไฟในขบวนดังกล่าว เล่าว่า โดยสารขบวนรถไฟที่ 71 จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ปลายทาง จ.อุบลราชธานี ขบวนรถไฟออกจากสถานีแก่งคอยเวลาเที่ยงเศษๆ เนื่องจากขบวนรถเสียเวลาไปประมาณ 7 นาที ซึ่งตนต้องการเข้าไปชมอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดของไทย แต่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด
นายจตุพลกล่าวว่า ช่วงกำลังเข้าอุโมงค์ สองข้างทางมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติ จากนั้นเริ่มเข้าอุโมงค์ที่สถานีมาบกะเบา ออกสถานีหินลับ ผาเสด็จ ระหว่างเข้าอุโมงค์มีฝุ่นละอองจำนวนมาก ตกใจ ฝุ่นดังกล่าวเหมือนฝุ่นหินปูน คิดว่าอาจเกิดจากปูนซีเมนต์และก้อนหินที่นำเข้าไปในอุโมงค์ แต่ก็คิดว่า รฟท.น่าจะเคลียร์พื้นที่ไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่อาจไม่เรียบร้อย พอเปิดการใช้รถก็ทำให้เกิดฝุ่นละอองเป็นจำนวนมาก

นายจตุพลกล่าวต่อว่า ทำให้ผู้โดยสารต่างวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร่วมไปในขบวนรถไฟ ต่างรู้สึกแสบหู แสบตา เนื่องจากฝุ่นมีปริมาณเยอะมากจริงๆ ยืนยันว่าไม่ได้ให้ร้าย รฟท. มองว่าเป็นนโยบายที่ดีและเป็นขบวนรถไฟปฐมฤกษ์ในการเปิดเส้นทางใหม่ ซึ่งตนอยากเข้าไปร่วมขบวนด้วย ในฐานะที่เป็นคน จ.สระบุรี และอยากใช้เส้นทางนี้อยู่แล้ว
“ประทับใจเรื่องความสวยงามของทิวทัศน์และอุโมงค์รถไฟ แต่อยากให้การรถไฟฯปรับปรุงเรื่องมลพิษ เพราะทำให้ผู้โดยสารเกิดความไม่ประทับใจตรงนี้ ซึ่งการรถไฟฯควรจะตรวจสอบและทำการกำจัดฝุ่นให้ลดน้อยลง” นายจตุพลกล่าว

นายจตุพลกล่าวอีกว่า การรถไฟฯทำระบบเปิด ไม่ใช่ระบบปิด หรือติดแอร์ รถด่วนก็เปิด ชมวิวตามธรรมชาติ รถเร็วก็เปิด ทำให้ฝุ่นละอองเข้ามาในรถ จะเห็นได้ว่าตามพื้นขบวนรถไฟและเบาะที่นั่งเป็นคราบฝุ่นไปหมด แต่ก็มีพนักงานมาคอยเช็ดถูอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพนักงานก็บอกว่าไม่เคยเจอเหมือนกัน เพราะเพิ่งมาเที่ยวแรกอยากฝากให้ รฟท.ช่วยปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการมีความประทับใจ

