หน้าแรก ภูมิภาค สส.ภูเก็ต เร่...

สส.ภูเก็ต เร่งหารือประมง หลังพบเพจดังแชร์โพสต์ ขายหมอคางดำในภูเก็ต

29.07.24 | 17:57 น.

ส.ส.ภูเก็ต เร่งหารือประมง หลังพบเพจดังแชร์โพสต์ ขายหมอคางดำในภูเก็ต

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตเขต 2 พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า วันนี้ เข้าพบนายประยุธ รัตนวรรณ ประมงจังหวัดภูเก็ต ณ สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือ หลังพบว่าในโซเชียลมีเดียของเพจที่เกี่ยวข้องกับอาหารมีการแชร์โพสต์จำหน่าย ปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 50 บาท โดยมีการสั่งนำเข้าจากจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเพจ ขยะมรสุม ᴍᴏɴsᴏᴏɴɢᴀʀʙᴀɢᴇ ᴛʜᴀɪʟᴀɴᴅ เป็นผู้ส่งเรื่องมาให้

จากเอกสารของสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต มีการเปิดเผยว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเกิดขึ้นใน 16 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม, นนทบุรี, กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี, ราชบุรี, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, ระยอง, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, และสงขลา

ในส่วนของสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต จะมีการเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะมาตามมา พร้อมทั้งจะมีการหารือและประสานกับส่วนกลางเร่งออกกฎหมายห้ามเพาะเลี้ยงหรือนำเข้ามาภายในจังหวัด หากต้องการนำเข้าจำเป็นต้องผ่านการแปรรูป (หมัก, ดอง) เท่านั้น ห้ามมิให้อยู่ในลักษณะของปลาตายสด

Advertisement

ในเรื่องนี้ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้ออกประกาศ ประชาสัมพันธ์ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ โดยมีการอ้างอิงว่า ปัจจุบันประเทศไทย ประสบปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำซึ่งปลาชนิดนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมทำให้เจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง

ซึ่งหากมีการไล่เรียงข้อมูลจะพบว่า ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง ปี 2561 ระบุ มาตรา 65 วรรค 1 แห่งพระราชกำหนด พ.ศ.2558 ” ห้ามมิให้ผู้ใด นำเข้าส่งออกนำผ่านหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมประมงได้รับมอบหมาย ปลาหมอสีคางดำ, ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์

ขณะที่ ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่น้ำเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร ปี 2564 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 65 ของพระราชกำหนดการประมงปี 2558 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดการประมงฉบับที่ 2 ปี 2560

ทั้งนี้ มาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 กำหนดบทลงโทษ “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ