หน้าแรก ภูมิภาค กรมประมง เร่ง...

กรมประมง เร่งช่วย-เยียวยาผู้เลี้ยงปลากระชัง หลังเจอน้ำป่าหลาก เสียหายกว่า 230 ล้าน

30.07.24 | 22:58 น.

รองอธิบดีกรมประมง ลงพื้นที่กาญจน์ เร่งแก้ไขและช่วยเหลือเยียวยาแก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง หลังเจอน้ำป่าหลาก คาดมูลค่าเสียหายกว่า 230 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เขื่อนแม่กลอง ตั้งอยู่ตำบลม่วงชุม อำเภอม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ประชาชน และนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมกระแสน้ำบริเวณหลังประตูระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง เป็นจำนวนมาก และยังพบว่าเจ้าหน้าที่เขื่อนแม่กลอง กำลังตรวจสอบสถานการณ์น้ำ รวมถึงปิดลดประตูระบายน้ำลง เหลือจำนวน 4 บาน จากก่อนหน้านี้ได้ยกประตูขึ้นทั้ง 8 บาน จากเดิมระบายอยู่ที่ 1,166 ลบ.ม./วินาที ลดเหลือ 735 ลบ.ม./วินาที และมีการแจ้งเตือนประชาชนใน 3 จังหวัด ที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำให้ขนย้ายสิ่งของทรัพย์สินขึ้นที่สูง เพื่อลดความเสียหาย และป้องกันไม่ให้น้ำที่ระบายลงท้ายเขื่อน รวมทั้งน้ำที่อยู่เหนือประตูระบายน้ำ ไปกระทบกับประชาชน

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่เขื่อนแม่กลอง ยังนำรถแบ๊กโฮ รวมถึงรถบรรทุกมาทำการเก็บเศษสวะ ที่มาติดบริเวณหน้าประตูของเขื่อนออก เพื่อให้น้ำได้ไหลสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงป้องกันความเสียหายของบานประตูเขื่อนฯ ขณะที่ผู้ประกอบการกระชังปลาได้ร้องให้นักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี เข้าช่วยเหลือโดยการตักปลาที่ตายออกจากกระชังขึ้นมาจากน้ำเป็นการเร่งด่วน

Advertisement

ขณะที่สำนักงานประมงจังหวัดกาญจนบุรี ร้อยเอก ธรรมมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ไปร่วมประชุมกับทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยมี นายนพดล จันทรมณี หัวหน้าสำนักงานประมงจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ จากนั้นคณะได้เข้าประชุมโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในการรับทราบถึงปัญหาจากน้ำป่า จนส่งผลกระทบกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังที่ได้ลงทะเบียนไว้กับทางกรมประมง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

ต่อจากนั้น นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง ได้ลงเรือล่องไปในลำน้ำแควน้อยตรวจสอบกระชังปลาที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ก่อนขึ้นจากเรือมาให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยความเป็นห่วงของท่านรัฐมนตรี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รวมถึงท่านอธิบดีกรมประมง ได้เป็นห่วงเป็นใยกลุ่มเกษตรกรที่ได้ประกอบอาชีพในการเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งทางกรมประมงมีการอนุญาตเลี้ยงในจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงมีการลงทะเบียนกับกรมประมงไว้ ซึ่งในช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมาได้ประสบภัยธรรมชาติจากน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ปลาในกระชังที่ทางกรมประมงอนุญาตให้เลี้ยงเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรต้องสูญเสียโอกาสสร้างรายได้จากปลาที่ครบกำหนดจับได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศเตือนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาได้ทราบก่อนแล้ว แต่ด้วยความเร็วของน้ำป่า ซึ่งพื้นที่เลี้ยงปลาเป็นพื้นที่ที่น้ำไหลลงมารวมบริเวณจุดนี้ ทำให้การเตรียมการขนย้ายไม่ทัน จึงทำให้เกิดผลกระทบเสียหายกันเป็นจำนวมาก

จากการสำรวจในเบื้องต้นมีจำนวน 2 อำเภอ เกษตรกรมีเบื้องต้นจำนวน 105 ราย พื้นที่เสียหายเกือบ 2 แสนตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 230 ล้านบาท โดยคำนวณจากระยะเวลาที่เกษตรกรเลี้ยงมาและสูญเสียโอกาส ในส่วนของการช่วยเหลือเราจะเร่งสำรวจเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย พร้อมให้การเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของกรมประมงโดยเร็วที่สุด

ส่วนการแก้ไขเบื้องต้นได้รับการช่วยเหลือจากทางจังหวัดโดย ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์ ผวจ.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีทรัพยากรที่จะช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำให้บรรเทาความเดือดร้อนได้ในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการต่างๆ เข้าไปซื้อสัตว์น้ำที่น็อคน้ำตายไปบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำในครั้งนี้ และปลาที่ตายอีกส่วนหนึ่งก็นำไปกำจัด โดยนำไปทำปุ๋ยหรือทำการฝังกลบ เป็นการลดปัญหาการแพร่เชื้อโรค รวมถึงการส่งกลิ่นเหม็นกระทบต่อประชาชน รวมถึงการท่องเที่ยว ต้องยอมรับว่ามีปลาบางส่วนที่ยังลอยอยู่เหนือน้ำ ซึ่งได้หลุดออกจากกระชังกว่า 100 กระชัง ซึ่งได้ไปขวางเส้นทางน้ำ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ช่วยนำออกไปเพื่อไม่ให้มีการกีดขวางลำน้ำแล้ว

“สำหรับในส่วนเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา เราก็จะได้เร่งสำรวจความเสียหาย แล้วก็จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของกรมประมงต่อไป” นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้าย