หน้าแรก ภูมิภาค 3 ผูู้ต้องหา ...

3 ผูู้ต้องหา แฉร่วมงานปาร์ตี้ยา ถูกแจ้งข้อหาครอบครอง แต่จนท.ปล่อยตัวไม่เอาผิด เจ้าของยา

2.08.24 | 12:18 น.

เปิดหน้าท้าชน 3 ผู้ต้องหาคดีเสพยา หอบหลักฐานร้องสื่อ อ้างกลายเป็นแพะ หลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง โดยไม่เป็นธรรม งงเจ้าภาพจัดปาตี้เจ้าของของยาตัวจริงกลับไม่ถูกดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานนท์ อายุ 24 ปี ชาว จ.ตราด นายปิยะ อายุ 24 ปี ชาว อ.ท่าใหม่ จันทบุรี และนายจักรกฤษณ์ อายุ 29 ปี ชาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาในคดีเสพยาเสพติด และข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง จำนวน 3 คน ที่อยู่ในระหว่างการประกันตัว ได้หอบหลักฐาน ซึ่งเป็นเอกสารบันทึกการจับกุม, สำเนาหนังสือร้องเรียน, ภาพถ่ายตอนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม, แผ่นซีดีบันทึกคลิปเสียงการสนทนากับเจ้าของยาเสพติดตัวจริง ตลอดจนภาพหลักฐานเวลานัดหมายการจัดปาร์ตี้ยา มาขอร้องเรียนขอความเป็นธรรมเข้าพบกับสื่อ โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐชุดจับกุม บุกจับปาร์ตี้เสพยา แจ้งข้อกล่าวหาไม่เป็นธรรม และยังปล่อยตัวเจ้าของยาเสพติดตัวจริงไป โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องทั้ง 3 คน ที่ยอมเปิดเผยข้อมูลร้องเรียน ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ค.67 นายธวัชชัย ซึ่งเป็นเจ้าของยาเสพติด โทรศัพท์นัดหมายให้ ทั้ง 3 คน พร้อมกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) เด็กเอนเตอร์เทน มาร่วมปาร์ตี้ยาเสพติด ที่บ้านไม่มีเลขที่ ในสวนผลไม้ หมู่ 3 ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี จนเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. มีกำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาในห้อง ระหว่างนั้น นายธวัชชัยได้โยนถุงยาเสพติดทิ้งเอาไว้บนพื้น

เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดไฟทำการตรวจค้นและพบถุงยาเสพติดดังกล่าว ได้ถามว่าเป็นยาของใครแต่พวกตนไม่ยอมรับ ขณะเดียวกันรีบนำตัวนายธวัชชัยออกไปด้านนอกคนเดียว ส่วนพวกตน 4 คนรวมหญิงสาวเด็กเอน ถูกจับตรวจปัสสาวะ และพบมีผลเป็นบวก ซึ่งก็ยอมรับสารภาพว่าร่วมกันเสพยาจริง

Advertisement

ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ยังอ้างอีกว่า จากนั้นถูกคุมตัวมายังกองกำกับการแห่งหนึ่งและถูกบังคับให้ยอมรับว่ายาเป็นของใคร แต่พวกตนยังคงปฏิเสธ แต่ยอมรับสารภาพว่าเสพยาจริง เบื้องต้นจึงพวกตนรวมเด็กเอน 4 คน ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครอง, ร่วมมีวัตถุออกฤติต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครอง” ซึ่งข้อหานี้พวกตนทั้ง 4 คน ปฏิเสธไม่ยอมรับ ส่วนในข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” พวกตนทั้ง 3 คน ยอมรับสารภาพ และยินยอมที่จะเข้ารับการบำบัดตามกระบวนการขั้นตอน แต่ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด นายธวัชชัย เจ้าภาพจัดปาร์ตี้และเจ้าของยาเสพติดตัวจริง กลับหายตัวไปเฉยๆ และไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งตั้งแต่วันที่ถูกจับจนถึงวันนี้ก็ไม่ได้เจอกันอีก มีเพียงโทรมาขอโทษและเอ่ยว่าจะรับผิดชอบ ซึ่งได้บันทึกคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐานแล้ว

อย่างไรก็ตามหลังการถูกแจ้งข้อหาแล้วรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม เคยไปร้องเรียนกับสื่อบางสำนัก แต่กลับถูกปฏิเสธการช่วยเหลือ อ้างว่ามีผู้โทรมาขอว่าอย่าทำข่าว เนื่องจากอาจจะไปทำให้ปลัดกับนายอำเภอ มีปัญหา จึงมาร้องเรียนกับสื่อสำนักอื่น และขอยืนยันว่าการร้องเรียนเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีอามิสสินจ้างให้กับสื่อเพื่อให้ช่วยนำเสนอข่าวนี้

ขณะเดียวกันยังได้ทำหนังสือร้องเรียนร้องทุกข์ ต่อศูนย์ดำรงค์ธรรม เพื่อขอความเป็นธรรม และล่าสุดได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายอำเภอเมืองจันทบุรี เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกิดขึ้นอีกด้วย