หน้าแรก ภูมิภาค กลุ่มผู้ค้ารา...

กลุ่มผู้ค้ารายย่อยเมินร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต บอกยุ่งยากเกินไป ชี้สุดท้ายคนได้ประโยชน์คือผู้ค้ารายใหญ่

2.08.24 | 12:21 น.

กลุ่มผู้ค้ารายย่อยเมินร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต บอกยุ่งยากเกินไป ชี้สุดท้ายคนได้ประโยชน์คือผู้ค้ารายใหญ่ ชี้รบ.แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ทำประเทศชาติมีภาระหนี้ผูกพัน

ภายหลังจากที่รัฐบาลเปิดลงทะเบียนรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่ามีกลุ่มชาวบ้านรากหญ้าพ่อค้าแม่ขายต่างพากันบ่นยับผ่านเสียงสะท้อนไปถึงรัฐบาล ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทั้งความยุ่งยากการติดตั้งแอพพ์ การนำเงินไปใช้ยังไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจถึงมือชาวบ้านได้ใช้หมุนเวียนใช้จ่ายลดภาระค่าครองชีพได้ โดยเฉพาะกลุ่มชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ที่มีอาชีพค้าขายไม่สามารถนำเงินไปใช้จ่ายซื้อสิ่งของตามตลาดร้านค้าชุมชนเล็กๆ มาขายต่อยอดประกอบอาชีพได้ รวมทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวทั้งค่าน้ำ ค่าไฟได้ และจะกลายเป็นการอัดเงินเพื่อลงมาช่วยกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ได้มากกว่าที่จะถึงมือชาวบ้านในกลุ่มต่างๆ ที่มีในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง และอยากให้รัฐบาลรีบทบทวนถ้าจะให้ควรเป็นเงินสดให้ลงมาโดยตรงเลยจะดีกว่า

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ จ.ชัยภูมิ บรรยากาศต่อความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ต่อการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีชาวบ้าน กลุ่มชาวรากหญ้าในย่านตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ ออกมาให้ความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ทีมข่าวจึงได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นต่อประชาชนในการลงทะเบียนรอรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ในครั้งนี้ต่างก็ได้พบกับกลุ่มพ่อค้าแม่ขาย ซึ่งส่วนมากจะเป็นกลุ่มวัยกลางคน-ผู้สูงอายุ ต่างนั่งจับกลุ่มพูดคุยเรื่องการสมัครเข้าโครงการรอรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท กันไปทั่วย่านตลาดในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ

โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน และอยากสะท้อนฝากไปถึงรัฐบาลในครั้งนี้ด้วยว่า ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทั้งเรื่องความยุ่งยากในการสมัคร ตั้งแต่ใช้โทรศัพท์ที่มีราคาสูงและลงทะเบียนยาก เพราะส่วนมากพ่อค้าแม่ค้าที่นี่มีแต่ผู้สูงอายุทำไม่เป็น และโทรศัพท์ก็เป็นรุ่นเก่าไม่รองรับระบบ แอพพลิเคชั่นที่เป็นรุ่นใหม่ จึงไม่สามารถสมัครได้ รวมทั้งอีกหลายคนต่างบอกว่า กว่าจะสมัครผ่านได้ยุ่งยากมาก ซึ่งได้แต่หวังว่าจะได้เงิน 10,000 บาท มาถึงมือประชาชนจริงๆ ไม่ถูกเบี้ยวหายไปอีกหลังรอมานานเกือบปีแล้ว ซึ่งบางคนคิดว่ารอมานานเกินไปไม่มั่นใจเลย จนปัจจุบันแทบไม่อยากได้แล้ว เพราะก็ยังไม่รู้ว่าจะเลื่อนอีกหรือไม่

นายชัยวัฒน์ พรมเมืองเก่า พ่อค้าหมูปิ้งในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ บอกว่า โครงการนี้ดีไหม ตอนแรกก็ว่าดี แต่ตนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะหาเงินมาให้แก่พี่น้องประชาชนได้แล้วในขณะนี้ รวมทั้งในส่วนรูปแบบการสมัครนั้นค่อนข้างยากมาก เพราะพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้ส่วนมากจะเป็นคนสูงอายุโทรศัพท์ก็ไม่ทันสมัยยังไม่สามารถรองรับเข้าไปสมัครแอพพ์ในโครงการนี้ได้ และจะให้ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ก็ไม่ไหวมีภาระรายจ่าย อีก รวมทั้งที่จะให้คนที่ไม่มีโทรศัพท์ก็ต้องใช้บัตรประชาชนไปลงทะเบียน ก็คงไม่รอแล้ว ในครั้งนี้ก็ตัดสินใจจะไม่สมัครโครงการนี้แล้ว เพราะทั้งเรื่องเงินที่จะนำมาใช้จ่ายแก้ปัญหาให้กับประชาชนชาวรากหญ้าก็ยังไม่ตรงจุดอย่างแท้จริงได้ นำไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ไปซื้อของร้านค้าในชุมชนที่ไม่ไม่สามารถรองรับเงินดิจิทัลก็ไม่ได้ ก็ต้องได้แต่นำไปใช้จ่ายแต่กับร้านค้าผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จะได้เท่านั้น

Advertisement

จึงอยากวอนรัฐบาลช่วยแก้ไขแก้ปัญหาเรื่องเงินดิจิทัลในครั้งนี้ให้ตรงจุดก่อนจะดีกว่า เพื่อให้เงินงบประมาณของชาติจำนวนมากที่คนทั้งประเทศจะมีภาระหนี้สินผูกพันตามมาอีกจำนวนมากด้วย รัฐบาลควรเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้เงินดิจิทัลถึงมือประชาชนทั่วไปที่แท้จริงโดยตรงที่ชัดเจนมากกว่านี้จะดีกว่า

ด้าน นางทองทิพย์ ปัญนิรัติสัย (ใส่แว่นเสื้อสีส้ม) แม่ค้าขายผักชาว จ.ชัยภูมิ และรวมทั้งประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ อีกจำนวนมาก ต่างฝากเสียงสะท้อนไปถึงรัฐบาลในครั้งนี้ด้วยอีกเป็นจำนวนมากว่ายังไม่ได้สมัครขอรับเงินดิจิทัลในครั้งนี้ เพราะโครงการนี้ยังไม่มีความชัดเจน นำงบประมาณประเทศจำนวนมากมาใช้ยังแก้ปัญหาให้ประชาชนโดยตรงยังไม่ตรงจุด

ซึ่งการนำเงินไปใช้อย่างการนำไปซื้อของใช้ สิ่งของที่จะต้องนำมาประกอบอาชีพค้าขายก็ยาก จะนำไปซื้อผักซื้อปลาซื้อของสดในตลาดก็ไม่ได้ ที่ชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้าไม่ได้ลงทะเบียนร้านค้าได้ จึงอยากให้โครงการเงินดิจิทัลหากจะใช้ ควรแก้ปัญหาที่ชัดเจนมากกว่านี้ด้วย ในการนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ หรือให้เป็นเงินโดยตรงมาใช้จ่ายได้เลยจะดีกว่า ที่จะต้องผ่านไปในระบบกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ในแต่ละพื้นที่จะได้มากกว่า และจะทำให้ประเทศชาติเป็นหนี้ตามมาอีกจำนวนมาก ครั้งนี้ก็จะไม่ขอลงทะเบียนรับเงินหากยังเป็นระบบการใช้เงินแบบนี้อยู่ไม่ขอรับเงินดิจิทัลครั้งนี้เลยดีกว่า ที่จะส่งผลเสียทำให้ประเทศเงินภาษีประชาชนทุกคนต้องเสียไป ในการนำมาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชนในครั้งนี้ยังไม่ตรงจุด ไม่ขอรับเลยดีกว่า