หน้าแรก ภูมิภาค ระบาดยิ่งกว่า...

ระบาดยิ่งกว่าผักตบชวา ‘ปลาหมอคางดำ’ หลบซ่อนตามจอกแหน พรางตัว คายไข่ดำรงเผ่าพันธุ์

5.08.24 | 16:27 น.

ปลาหมอคางดำปราบยาก ระบาดยิ่งกว่าผักตบชวา สามารถหลบช่อนตัวในน้ำ เปลี่ยนแปลงตามสภาพความเป็นอยู่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง พอเจอการล่าจะรีบคายไข่ลงน้ำทันที ถึงตัวเองตาย แต่ไข่ต้องอยู่รอด

เมื่อวันที่  5 ส.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สุรพล สินเกตุ หรือ ลุงพล นักล่าปลาหมอคางดำ ดีกรีปริญญาเอก 3 ใบ ช่วงที่ผ่านมาได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกหาปลาช่วงรุ่งสางเกือบทุกวัน นำปลาที่จับได้ไปทำเมนูอาหาร และยังแจกให้กับชาวบ้านแบ่งกันกิน เพื่อลดจำนวนประชากรของปลาหมอคางดำ

จากการที่ได้ลงพื้นที่ออกหาปลาหมอคางดำแทบทุกวันตามห้วย ตามคลองสายต่าง ๆ เช่น ลำคลองวัดโพธิ์สามเรือน เชื่อมต่อ ต.พิกุลทอง ต.พงสวาย อ.เมืองราชบุรี ไปจนถึงที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เชื่อมต่อ จ.สมุทรสงคราม แต่ละวันก็ได้ปลามากมาย ทั้งปลานิล ปลาหมอคางดำ ปลาตะเพียง ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาแขยง ติดมาด้วยที่สำคัญวันนี้ลุงได้ปลานิลตัวใหญ่มาก นำมาวางเรียงรวมกับปลาหมอคางดำ

ที่มีมากกว่า 10 กิโลกรัม ซึ่งก็มีขนาดใหญ่ไล่เลี่ยกัน ทำให้รู้สึกตกใจและแปลกใจมากที่ทำไมวันนี้ขนาดของปลาหมอคางดำที่จับได้ถึงมีขนาดตัวใหญ่มาก เท่า ๆ กับปลานิล ซึ่งผ่านมาเคยจับได้ขนาดประมาณ 3 นิ้วหรือ เล็กกว่านั้นเล็กน้อย พอเอานำวางเรียงกันและตากแดดให้เห็นชัด ๆ

Advertisement

พบว่าเกร็ดของปลาหมอคางดำที่ตัวใหญ่กับตัวเล็กจะไม่เหมือนกันแล้ว เนื่องจากหากมองดี ๆ จะพบว่าเกล็ดของปลาหมอคางดำจะไม่เงาวาวเขียวเหมือนกับตัวขนาดเล็กที่จะแวววาวกว่า แถมที่ใต้คางก็ยังไม่มีสีดำอีก เมื่อเทียบกับปลานิล จะมีลักษณะครีบและเกล็ดสีที่แตกต่างกัน แต่ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ปลานิลกับปลาหมอคางดำจะคล้ายกันมาก

ดร.สุรพล สินเกตุ เปิดเผยว่า ปลาหมอคางดำ ที่แพร่ขยายพันธุ์ออกไปนั้น จากที่ได้ศึกษามาทราบว่า เวลาโดนจับตัวผู้ได้ จะคายไข่ออกจากปากทันที เพื่อให้ไข่ตกลงไปในน่ำเพื่อให้ไข่อยู่รอด ถึงตัวเองจะตายเมื่อโดนจับไป จากที่ตนเองไปหว่านแหโดนปลาหมอคางดำ พอเอาขึ้นมาสลัดแหจะพบเห็นไข่ตกอยู่ที่พื้น นี่คือลักษณะการดำรงเผ่าพันธุ์ที่มีความสุดยอด จะคายไข่ออกเพื่อให้ไข่นั้นไปขยายพันธุ์ต่อ

ส่วนเนื้อจะมีโอเมก้าสูงกว่าปลาน้ำจืดใด ๆ ยกเว้นปลาแซลมอลที่ยังสู้ไม่ได้เท่านั้นเอง เนื้อมีความมันผสมระหว่างปลากะพงกับปลาหมอเทศ ต้องขอบคุณนักวิชาการ นักพันธุกรรมที่เป็นชาวกานา ซึ่งเขาคิดมาแล้ว และต้องเสียชีวิตเนื่องจากการกระทำไปขัดธุรกิจของคนอื่น จึงต้องมองในแง่ดีของเขา เพราะว่าปลาทุกตัวไปโดนยาเบื่อแล้วตายหมด  ถามว่าในคลองก็ไม่เหลืออะไร คงเหลือแต่ปลาหมอคางดำอยู่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่คลองสามเรือน ปลาโดนยาเบื่อ ปลาชนิดอื่นตายหมดแล้ว แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ปลาหมอคางดำ ใครสนใจจึงขอให้ติดตามหมอคางดำไปดูอีกเดือนหนึ่ง จะมีตัวโตขึ้นแน่นอน ช่วงเช้าไปก็จะเจอตามคลอง แต่ถ้าถูกไล่ล่าหนักขึ้นจะไปหลบอยู่ตามจอกแหน ชายตลิ่ง ซึ่งไม่สามารถจับมันได้ กับพื้นที่ป่ารก กอผักบุ้ง กอกก ต้นผักตบชวา ยิ่งใต้กอผักบุ้งยิ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาคางดำ

ดังนั้นเป็นเรื่องที่กำจัดให้หมดยากมาก เป็นไปไม่ได้เลย เพราะระบาดยิ่งกว่าผักตบชวา ซึ่งทุกวันก็กำจัดไม่หมด พอเราขยับแหมันก็หลบใต้กอผักบุ้ง ไม่มีทางหมดได้ ตัวมันตายไม่ว่า ถ้าจับได้ตัวผู้จะรีบคายไข่ไว้ เพื่อให้ลูกมันอยู่รอด ถ้าเราจะเอาชนะมันก็อย่าไปคิดมันเลย ไม่มีทางเอาชนะมันได้

ส่วนตนเองจับปลาหมอคางดำกินมานาน 7 – 8 ปีแล้ว ตอนแรกคิดว่าเป็นปลาหมอเทศ ตอนนั้นไปหาจับแถวพื้นที่คลองโคน จ.สมุทรสงคราม แต่สังเกตเห็นคางเป็นสีดำ และปลาหมอเทศก็หายไป ที่แตกต่างจากปลาหมอเทศคือ เพื่อนบอกว่า ให้มองดูสีว่าเหมือนสีของปลากะพงแดง เกล็ดจะมีลักษณะเงาวาว แต่ปลาหมอเทศเกล็ดจะไม่เงาวาว

เพื่อนเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลากะพงต้องขายบ่อทิ้ง แล้วไปทำไร่สับปะรดอยู่ อ.สวนผึ้งแทน สู้ไม่ไหว ปล่อยปลากะพงไป 5 หมื่นตัว จับได้ปลากะพงแค่ร้อยกว่าตัว ปล่อยกุ้งลงไปกุ้งไม่เหลือเลย ชี้ให้เห็นว่ากุ้งคือ อาหารอันโอชะของปลาหมอคางดำ เวลาที่เข้ามาสู่น้ำจืดอย่างที่ อ.ปากท่อ ได้ไปตามเจออยู่กับปลาสร้อย ปลาตะเพียนแดง ปลาตะเพียนขาว ปลาหมอ ยิ่งน้ำใสจะมองเห็นตัวชัดเจนมาก เวลาที่เจอตัวเงินตัวทองจะจับปลากิน ปลาหมอคางดำจะพองตัวคอยปกป้องฝูงปลาพวกนี้ ที่อยู่ด้วยให้ปลอดภัย ยากต่อการกำจัดให้หมดจริง ๆ

การเปรียบเทียบระหว่างปลานิล และปลาหมอคางดำตัวโตสุด คือ สังเกตที่สีคางของปลาหมอคางดำเริ่มจางลง อยู่ในช่วงที่กำลังหมดอายุ หรือแก่มากแล้ว อีกไม่นานก็จะตายลง เพราะหมดอายุ ความเงาของเกล็ดก็ไม่เหมือนกันแล้ว สังเกตเกล็ดปลาหมอคางดำจะเงากว่าปลานิล ครีบปลาหมอคางดำกับปลานิลก็จะมีทรงต่างกัน ดวงตาก็ต่างกัน ปลานิลจะมีดวงตาออกแดง ๆ กว่าปลาหมอคางดำ ทั้งแก้มและลำตัวก็ยังต่างกัน

จากสภาพที่ต่างกันนี้มองว่าปลาหมอคางดำไปปรับตัวกับสภาพพื้นที่ แต่ละที่ ได้ไปหลบอาศัยอยู่เพื่อลี้ภัย อย่างตัวที่จับมาได้พบอยู่บริเวณคลองที่มีจำพวกวัชพืชสาหร่ายเยอะ ทำให้ลำตัวต้องปรับสีไปตามธรรมชาตินั้น ๆ เพื่อหลบภัยจากศัตรูให้ได้

ทั้งนี้ ดร.สุรพล สินเกตุ นักล่าปลาหมอคางดำ ยังแสดงถึงวิธีการแล่เนื้อปลาหมอคางดำไร้ก้าง เพื่อนำไปทำเมนูอาหาร และบอกว่า คนกินปลาหมอคางดำ จะมีโปรตีน และโอเมก้าสูงมาก กินบ่อยจะอดทน ฉลาก เหมือนกับปลาหมอคางดำ

 

ทางด้าน นายอนันต์ สุนทร ประมงจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ ( 6 ส.ค. 67 ) จะนัดหารือกับสถานีพัฒนาที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเตรียมเดินทางไปดูที่จุดรับซื้ออยู่ที่สหกรณ์ประมงบางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ แต่ว่าแผนยังไม่ทราบว่า ส่วนที่เราจะซื้อได้ก็คือฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกร แต่จับทางธรรมชาติคงจะไม่พอขาย เพราะมันได้ปริมาณไม่มาก พรุ่งนี้ถึงจะชัดเจน เพราะต้องนัดคุยกันให้เคลียร์ก่อน แล้วอาจจะดูเรื่องเป้าหมายด้วย

เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทางสำนักงานประมงมีการกำจัดในทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จนถึงสิ้นเดือนกันยายน ซึ่งได้ไปจับตามแหล่งธรรมชาติ แต่ที่เป็นบ่อเลี้ยงคงจะให้เอามาขายที่จุดรับซื้อ


สำหรับพื้นที่ จ.ราชบุรี ยังไม่ได้มีการระบาดมากเหมือนบริเวณชายฝั่ง มีประมาณไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของปลาที่มีอยู่ในธรรมชาติทั้งหมด ดังนั้นการควบคุมจึงไม่ยากเท่าที่ควร โดยจะปล่อยปลาผู้ล่าลงไปหลังจากมีการกำจัดแล้ว ก็คงจะช่วยได้เป็นอย่างดี ส่วนวันที่ 21 สิงหาคม ทางผู้ว่าราชการจังหวัด มีคำสั่งให้จัดกิจกรรมรณรงค์ นำร่องพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ปากท่อ อ.ปากท่อ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้ทุกอำเภอที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ เพื่อเป็นการรณรงค์กำจัดปลาหมอคางดำ