เจ้าของแพปลาบ้านแพ้ว ตอกย้ำความมั่นใจซื้อหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาท รับไม่อั้นทุกบ่อ หลังพบปลาในบ่อมากกว่าปลาในแม่น้ำ
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้มีการปรับขึ้นราคารับซื้อปลาหมอคางดำในพื้นที่ 16 จังหวัดทั่วประเทศไทยที่พบการระบาด เป็นราคากิโลกรัมละ 15 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมานั้น ในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร สถานการณ์ปัจจุบันนับตั้งแต่วันที่ 1-4 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการรับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 15 บาทไปแล้วจำนวนเกือบ 50,000 กิโลกรัม จากแพปลาที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด 10 แห่ง โดยได้ส่งไปให้ศูนย์พัฒนาที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร ทำน้ำหมักชีวภาพวันละ 2 ตัน ส่วนที่เหลือก็จะส่งไปยังโรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพในจังหวัดกาญจนบุรี
ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ หรือการเจริญเติบโตของปลาหมอคางดำที่พบในขณะนี้ เริ่มพลิกผันจากแต่ก่อนที่จะจับปลาหมอคางดำได้ในบริเวณปากอ่าว หรือลำคลองสาธารณะ เป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนมากมาจากเครื่องมืออวนรุนนั้น ขณะนี้กลับไปพบในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรมากกว่า เพราะเมื่อปล่อยน้ำเข้าบ่อก็จะมีปลาหมอคางดำไหลเข้าไปด้วย
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายเฉลิมพล เกิดปั้น หรือผู้ใหญ่อ๋อย เจ้าของแพปลาเฉลิมพล ซึ่งเป็น 1 ใน 10 จุดรับซื้อปลาหมอคางดำ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และยังนับว่าเป็นแหล่งรับซื้อปลาหมอคางดำที่ใกล้กับบ่อเกษตรกรที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากที่สุด เพราะโดยรอบแพปลาเฉลิมพลนั้น มีบ่อเพาะเลี้ยงกุ้ง เพาะเลี้ยงปลาอยู่เป็นจำนวนมากทั้งในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง
โดยผู้ใหญ่อ๋อยบอกว่า แพปลาของตนนั้นมีความพร้อมที่จะรับซื้อปลาหมอคางดำทั้งที่ได้มาจากในบ่อเพาะเลี้ยง และในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยให้ราคาที่กิโลกรัมละ 15 บาท แต่ทั้งนี้ลูกค้าที่จะนำปลามาขายก็ขอให้โทรศัพท์แจ้งมาล่วงหน้า เพื่อที่ทางแพปลาจะได้วางแผนบริหารจัดการทั้งเรื่องของการรับซื้อและการส่งต่อไปยังศูนย์พัฒนาที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบันนี้มีคนจับปลาหมอคางดำมาส่งขายมากขึ้น ตั้งแต่ปลาตัวใหญ่จนถึงลูกปลาตัวเล็กๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นขนาดไหนก็จะชั่งน้ำหนักรวมในราคากิโลกรัมละ 15 บาทเท่ากัน
นายเฉลิมพลยังบอกอีกว่า การที่รัฐบาลเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 15 บาทนี้ นับเป็นแนวทางที่ช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อนจากปัญหาปลาหมอคางดำได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อก่อนตอนยังไม่ได้ราคาเท่านี้ ก็จะมีคนจับมาขายบ้างแต่ไม่เท่ากับทุกวันนี้ที่มีการติดต่อจะนำปลามาขายมากขึ้น

ด้าน ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็บอกว่า สำหรับการรับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 15 บาทนั้น ขอยืนยันว่าทุกท่านที่นำปลามาขายจะได้กิโลกรัมละ 15 บาทแน่นอน หากใครที่ขายแล้วไม่ได้ราคาดังกล่าว สามารถแจ้งเรื่องได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร
ส่วน นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร บอกด้วยว่า การรับซื้อปลาหมอคางดำทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแค่คนที่นำมาขายมีบัตรประชาชนใบเดียวก็ขายปลาหมอคางดำที่จับมาได้แล้ว ส่วนเจ้าของแพปลาที่รับซื้อ แค่กรอกเอกสารไม่กี่บรรทัดตามแบบฟอร์มของกรมประมง ก็สามารถซื้อขายปลาหมอคางดำกับผู้ที่นำมาขายแต่ละรายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นอกจากนี้ การปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ 2567-2570 ตามที่กระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอเพื่อแก้ปัญหาปลาหมอดำภายใต้งบประมาณ 450 ล้านบาท จำนวน 7 มาตรการนั้น ณ ปัจจุบันแม้การดำเนินงานบางอย่างจะยังไม่อยู่ในงบประมาณดังกล่าว แต่ทางจังหวัดสมุทรสาครก็ได้มีการดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง อาทิ
มาตรการที่ 1.ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยการจับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพ และกำจัดจากบ่อเพาะเลี้ยงด้วยกากชา 2.กำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มีการปล่อยปลากะพงไปแล้วนับ 100,000 ตัว 3.การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ มีทั้งการทำน้ำหมักชีวภาพ และการนำไปแปรรูปเป็นอาหารหลากหลายเมนู 4.การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ มีการสนธิกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน หากเจอแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาหมอคางดำ ให้ดำเนินการ 4 จ.คือ เจอ แจ้ง จ่าย จบ 5.สร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำ และ 6.การฟื้นฟูระบบนิเวศก็ได้มีการสำรวจแหล่งน้ำต่างๆ ว่าเคยมีสัตว์น้ำประจำถิ่นอะไรบ้าง จากนั้นก็จะประสานกับภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่าย เพื่อหาสัตว์น้ำประจำถิ่นมาปล่อย คืนความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับสายน้ำ



