หน้าแรก ภูมิภาค สาวร้อง ถูกมิ...

สาวร้อง ถูกมิจฉาชีพเปิดบัญชีออนไลน์รับโอนเงิน หลังมีผู้เสียหาย แจ้งอายัด

7.08.24 | 11:38 น.

สาวร้อง ถูกมิจฉาชีพแอบเปิดบัญชีทางออนไลน์ หลอกชาวบ้านโอนเงิน หวั่นมีความผิด รีบแสดงความบริสุทธิ์กับตร.

วันที่ 7 สิงหาคม 2567 ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ น.ส.ลลิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พร้อมด้วยนายธติพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สามี นำเอกสารเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ช่วยติดต่อธนาคาร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีถูกมิจฉาชีพ นำหลักฐานของตนไปเปิดบัญชีรับโอนเงินและมีผู้เสียหายแจ้งอายัดบัญชี

น.ส.ลลิตากล่าวว่า ทุกวันนี้ตนกับสามี เป็นทุกข์ใจอย่างมาก เนื่องจากตนกำลังจะถูกตำรวจหลายท้องที่ดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวง เปิดบัญชีรับโอนเงินของธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งๆ ที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

ที่ผ่านมาไม่เคยรับจ้างโอน หรือไม่ได้ถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้าแต่อย่างใด และไม่เคยไปเปิดบัญชีใดๆ กับธนาคารแห่งนี้เลย เคยเปิดบัญชีไว้มีแค่ 2 ธนาคารเท่านั้น เรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีชื่อตนเป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินกับธนาคารดังกล่าว กระทั่งทราบว่ามีผู้เสียหายแจ้งความอายัด ส่งผลให้บัญชีเงินฝากอีก 2 ธนาคารของตนถูกอายัดด้วย ทำให้ตนงุนงงมากว่า เกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ

Advertisement

น.ส.ลลิตากล่าวอีกว่า รู้ว่าบัญชีเงินฝาก ทั้ง 2 ธนาคารของตนถูกอายัด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยไปซื้อของในตลาดและจะสแกนจ่ายเงินผ่านแอพพ์ธนาคาร ซึ่งมีเงินอยู่ประมาณ 3,400 บาท แต่ไม่สามารถโอนจ่ายได้ มีข้อความระบุขึ้นมาว่าบัญชีถูกอายัด จึงได้ไปติดต่อธนาคาร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่า บัญชีของตนที่ไปเปิดไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง สาขากาฬสินธุ์ ถูกอายัด จึงทำให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินทุกอย่างในระบบธนาคารทุกธนาคารของตนไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้ไปติดต่อกับธนาคารแห่งนั้นเอง

น.ส.ลลิตากล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่เคยไปเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งนั้นเลย และรู้สึกกลัวความผิดมาก หากมิจฉาชีพเอาหลักฐานประจำตัวของตนไปเปิดบัญชีกับธนาคารดังกล่าว จึงได้รีบไปติดต่อกับธนาคาร ก่อนที่จะได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่า มีการเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งนี้ทางออนไลน์

โดยไม่มีเอกสารหรือหลักฐานการเปิดบัญชีของตน ก็ยิ่งทำให้ตนสงสัยและตกใจมากขึ้น จึงได้ขอดูสเตตเมนต์กับทางธนาคาร พบหลักฐานการเปิดบัญชีครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.67 จำนวน 0 บาท ต่อมามีรายการเงินโอนเข้าบัญชีหลายครั้ง ส่วนใหญ่ครั้งละ 10 บาท บางครั้ง 150 บาท สูงสุด 1,500 บาท มียอดหมุนเวียนในบัญชีกว่า 50,000 บาท โดยมียอดเงินในบัญชีจำนวน 29,700 บาท ก่อนที่บัญชีจะถูกอายัด

น.ส.ลลิตากล่าวว่า ตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเปิดบัญชีของธนาคารนี้ และเงินที่โอนเข้าแต่ละครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก หากเป็นการเปิดบัญชีเงินฝากทั่วไปหรือบัญชีม้าตามที่เป็นข่าวบ่อยๆ จำนวนเงินโอนเข้าน่าจะมีจำนวนมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารว่า ใครเป็นคนแจ้งอายัด ก็ได้รับคำตอบว่าแจ้งอายัดมาจากตำรวจ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ด้วยความร้อนใจ กลัวความผิด ก็รีบค้นหาเบอร์โทรของ สภ.บ้านหมอ พอได้เบอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งอายัด ก็โทรศัพท์สอบถาม ทราบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินเข้าบัญชีนี้มาร้องทุกข์ จึงได้แจ้งความและขอให้อายัดบัญชี

ตนจึงได้นัดหมายเดินทางไปแสดงตัว ยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับบัญชีดังกล่าว โดยเดินทางไป สภ.บ้านหมอเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

น.ส.ลลิตากล่าวว่า พอเดินทางไปพบตำรวจ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตนติดต่อไว้ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่แจ้งอายัด ได้บอกกับตนว่า ให้หาเงินไปชดใช้ผู้เสียหาย เรื่องก็จะได้จบ หากหาเงินมาไม่ทันวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ก็จะออกหมายเรียก มารับทราบข้อกล่าวหาและจะต้องถูกดำเนินคดี

ด้านนายธติพงษ์ อายุ 27 ปี สามี น.ส.ลลิตา กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ทุกคนในครอบครัวและญาติพี่น้องที่ทราบข่าว ต่างตกใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ย่างไร ทุกวันได้แต่ร้อนใจและนั่งปรับทุกข์กัน เพราะกลัวความผิด เนื่องจากเป็นความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ

ทั้งนี้ ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของ น.ส.ลลิตา ว่าไม่เคยไปเปิดบัญชีดังกล่าว จึงมาแจ้งความขอความเป็นธรรมและขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางธนาคารด้วย ให้ช่วยตรวจสอบให้แน่ชัด หาคนทำผิดตัวจริงมาลงโทษตามกฎหมาย

นายธติพงษ์กล่าวอีกว่า ตนเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา หาเช้ากินค่ำ ทำนาและรับจ้างทั่วไป ส่วน น.ส.ลลิตาก็กำลังเรียนเสริมสวย เพื่อที่จะช่วยกันหาเงินเลี้ยงลูก 2 คน คนโตอายุ 7 ขวบและคนเล็ก 2 ขวบเศษ

หากถูกดำเนินคดีทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็คงเป็นทุกข์มาก เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มาแจ้งความแสดงความบริสุทธิ์ และวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ช่วยประสานตำรวจ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี รวมทั้งทางธนาคาร ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย เพราะไม่อยากเห็น น.ส.ลลิตาเป็นแพะรับบาปให้กับมิจฉาชีพ

ขณะที่ พ.ต.ท.สมทรง เวียงปฏิ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งความ และสอบถาม น.ส.ลลิตา ที่ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ในขั้นตอนต่อไป ก็จะได้ประสานกับ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป