หน้าแรก ภูมิภาค อุกอาจ! คนร้า...

อุกอาจ! คนร้าย ใช้ของแข็งทุบหัวยาย 71 ปี ดับในบ้านพัก หวังชิงทอง ตร.เร่งล่าตัว

7.08.24 | 15:53 น.

อุกอาจ! คนร้าย ใช้ของแข็งทุบหัวยาย 71 ปี ดับในบ้านพัก หวังชิงทอง ตร.เร่งล่าตัว หนีลอยนวล

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวติดตามกรณีพบศพหญิงชราถูกฆ่าทุบหัวชิงทรัพย์ ในพื้นที่บ้านห้วยทราย ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย คนร้ายได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ก่อนหลบหนีลอยนวล หลังทราบข่าวชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกขวัญเสีย เพราะไม่เคยเกิดเหตุอุกอาจแบบนี้มาก่อน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุเม็งรายว่า มีเหตุผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ภายในบ้าน

พบศพผู้เสียชีวิตคือ นางเสงี่ยม (สงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี มีคราบเลือดในที่เกิดเหตุ สภาพผู้ตายนอนตะแคงขวา พบร่องรอยการต่อสู้ และร่องรอยรองเท้าเหยียบคราบเลือด ร่องรอยถูกทำร้ายทุบด้วยของแข็ง ตามบริเวณกะโหลกหน้าผาก และบริเวณท้ายทอย หลังหูซ้าย หน้าอกฟกช้ำ และลำตัวด้านหน้า

Advertisement

จากการตรวจที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ตายมีของมีค่าคือ แหวนทองคำ 1 วง สร้อยคอทองคำ 1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำ 1 เส้น แต่เมื่อตรวจบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า สร้อยคอทองคำ 1 เส้น ได้หายไป ส่วนสร้อยข้อมือทองคำ 1 เส้น และแหวนทองคำ ยังอยู่ที่ศพของผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานทำการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุ ก่อนนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งตรวจที่นิติเวช รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างชัดเจนต่อไป

จากการสอบถามนายประสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี น้องชายผู้ตาย เผยว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ผู้ตายยังเดินทางไปร่วมพิธีศพของญาติที่บ้าน ห่างจากบ้านที่อยู่ประมาณ 10 กม. และกลับมาบ้านในช่วงเย็น จนต่อมาวันที่ 5 สิงหาคม ทางญาติผิดสังเกต เพราะผู้ตายไม่เดินทางไปร่วมพิธีศพของญาติ

ตนไปตามหาที่บ้าน เรียกอยู่นานแต่พี่สาวไม่ตอบ จึงโทรไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยดู เมื่อมีคนมาสมทบก็เลยขึ้นไปดูบนบ้าน พบว่าประตูด้านหน้าบ้านชั้น 2 ล็อกประตูจากด้านใน จึงให้เพื่อนบ้านปีนเข้าทางหน้าต่างห้องของหลานซึ่งอยู่ใกล้ประตูเข้าบ้าน

เมื่อเปิดมาก็พบว่าพี่สาวเสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้ว โดยพบร่องรอยการดิ้นรนต่อสู้ยื้อชีวิตบริเวณที่นอนกลางบ้าน โดยทีวีเปิดทิ้งไว้

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบว่ามีสร้อยคอทองคำของพี่สาวหายไป มีร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน ส่วนเงินที่บริเวณลิ้นชักหัวเตียง ซึ่งมีเงินอยู่ข้างในนั้น 20,000 บาท คาดว่าคนร้ายเปิดกุญแจไม่ได้ จึงไม่ได้เงินไปด้วย ตอนนี้ยังต้องรอการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ และกองพิสูจน์หลักฐาน

ด้านนายลวน (สงวนนามสกุล) ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ผู้ตายอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว ญาติพี่น้องอยู่ต่างจังหวัดกันหมด ข้างในซอยมีเพียงบ้านของคนตาย ไม่มีใครได้ยินเสียงตอนเกิดเหตุ ตอนนี้ยังไม่มีผู้ต้องสงสัย และไม่มีใครหายออกไปจากหมู่บ้าน จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าคนตายถูกของแข็งทุบที่บริเวณหน้าผาก และบริเวณท้ายทอย รวม 2 แผล

“ครั้งนี้ถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ครั้งแรกของหมู่บ้าน ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุรุนแรงแบบนี้มาก่อน หลังชาวบ้านทราบข่าวก็ต่างรู้สึกขวัญเสียกับเหตุการณ์ดังกล่าว ตนจึงได้ประกาศเตือนให้ลูกบ้านเพิ่มความระมัดระวัง และไม่สวมใส่ทรัพย์สินที่มีค่าออกจากบ้าน เพราะอาจล่อใจคนร้ายมาก่อเหตุแบบครั้งนี้” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นซอย 6 เป็นทางเข้าป่าสุสานของหมู่บ้าน ลูก 2 คน ไปอาศัยอยู่ที่ จ.มหาสารคาม ส่วนหลานสาวไปอยู่ที่ จ.ภูเก็ต นานๆ ทีจะกลับมาบ้าน คนตายมีสุขภาพแข็งแรง ทำอาหารกินเอง ออกไปพบปะพูดคุยเพื่อนบ้านประจำ

รอบบ้านพบเป็นสวนผลไม้ และถนนในซอยดังกล่าวสามารถทะลุออกไปได้หลายทิศทาง เจ้าหน้าที่ยังไม่พบผู้ต้องสงสัย แต่มีชายอายุประมาณ 30 ปี ที่มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ได้หายออกไปจากหมู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 อาทิตย์ ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ติดตามดูกล้องวงจรปิดในเวลาก่อนเกิดเหตุ พบว่ามีกล้องวงจรปิดภายในซอย ซึ่งอยู่ก่อนถึงบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 50-100 ม. ในคลิปจะเห็นว่าในวันที่ 4 ส.ค. ช่วงเวลา 16.19 น. นางเสงี่ยมผู้เสียชีวิต กำลังขี่รถ จยย.เข้าไปในซอย และมีช่วงเวลาประมาณ 19.23 น. และเวลาประมาณ 20.35 น. ที่เจ้าของคลิปบอกว่าจะมีรถ จยย.ขี่ออกมาจากซอย และในเวลา 03.21 น. วันที่ 5 ส.ค. มีคลิปเจ้าของคลิปที่ได้ยินเสียงแปลกๆ เลยลุกเดินออกมาดูด้านนอกบ้าน

นายลวน (สงวนนามสกุล) ผู้ใหญ่บ้านห้วยทราย กล่าวว่า ปกติผู้เสียชีวิตมักจะใส่เครื่องประดับออกไปจากบ้านเป็นประจำ โดยในงานศพก็มีคนเห็นว่าผู้ตายสวมสร้อยคอทองคำ และแหวนทองไปด้วย ส่วนสร้อยข้อมือของผู้ตายไม่แน่ใจว่าใส่ไปหรือไม่ เพราะทางญาติบอกว่าได้ขายไปแล้ว

ผู้ใหญ่บ้านเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1-2 ปี ผู้ตายเคยขายที่ดิน ได้เงินมา 5 แสนบาท และมีเงินเหลือในบัญชีประมาณ 3 แสนบาท และในส่วนของกล้องวงจรปิดที่มีคนได้ยินเสียงคล้ายปืนนั้น ตนได้ไปสอบถามแล้วพบว่าเป็นเสียงคนจุดประทัดไล่นก

ตอนนี้ยังไม่พบผู้ต้องสงสัยเป็นพิเศษ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาสืบสวนหาข้อมูลผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ แต่ในความคิดส่วนตัว ตนคิดว่าอาจจะเป็นคนที่ตามผู้ตายมาตั้งแต่งานศพ เพราะเห็นทรัพย์สินมีค่าและอาจจะตามมาชิงทรัพย์ แต่คนในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยก็ยังไม่ตัดออกไป

ความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องของคดี เนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์และสะเทือนขวัญประชาชน หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ไปร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย

ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนเพื่อแกะรอยควานหาตัวผู้ต้องสงสัย ที่คาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายซึ่งลงมือสังหารแม่อุ้ยวัย 71 ปีเพื่อชิงทรัพย์อย่างโหดเหี้ยมแล้ว ขณะที่ทางด้านของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ก็ได้เร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเฉพาะพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะเป็นหลักฐานในการมัดตัวคนร้ายผู้ลงมือ

มีรายงานเบื้องต้นว่า ได้มีการตรวจสอบบุคคลในชุมชนพบว่า มีบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 1 คน ได้หายตัวไปจากหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีสังหารโหดแม่อุ้ยวัย 71 ปีนี้หรือไม่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เพื่อหาเบาะแสคนร้ายอีกด้วย