สภาทนายความภาค 4 กาฬสินธุ์ลุยช่วยสาวถูกมิจฉาชีพนำหลักฐานเปิดบัญชีม้าหลอกเหยื่อโอนเงิน เงินหมุนเวียน 5 หมื่นก่อนปิดหนี
จากกรณี น.ส.ลลิตา อายุ 26 ปี นักเรียนช่างเสริมสวย จ.กาฬสินธุ์ และนายธติพงษ์ อายุ 27 ปี สามี อุ้มลูกชายวัย 2 ขวบเศษ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ระบุว่าถูกมิจฉาชีพแอบนำหลักฐานไปเปิดบัญชี และหลอกชาวบ้านให้โอนเงินเข้าบัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 50,000 บาท แล้วถอนจนเกลี้ยงบัญชี ก่อนที่ตำรวจจะแจ้งอายัดบัญชี กลัวว่าจะมีความผิดฐานรับจ้างเปิดบัญชีม้า จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์และขอความเป็นธรรมนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ แสงสิริวัฒนะ กรรมการสภาทนายความภาค 4 ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางมาให้คำปรึกษาด้านคดีความกับสองสามีภรรยา โดย
นายสุวิทย์ แสงสิริวัฒนะ กรรมการสภาทนายความภาค 4 ประจำ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สองสามีภรรยาผู้เสียหายได้ขอคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือ โดยยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ จากการประสานเบื้องต้นกับทางธนาคารที่มิจฉาชีพเปิดบัญชีนั้น ทราบว่าเป็นการเปิดบัญชีทางออนไลน์ และไม่มีหลักฐานประจำตัวของ น.ส.ลลิตา ที่พบมีเพียงหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น
นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า การเปิดบัญชีโดยทั่วไป เจ้าตัวต้องนำหลักฐานไปแสดง และมีการสแกนใบหน้า ลงลายมือชื่อด้วยตนเอง แต่บัญชีที่เป็นข่าวนี้ เป็นการกระทำโดยมิจฉาชีพจริง ถือเป็นช่องโหว่ของการเปิดบัญชีทางออนไลน์ ที่มิจฉาชีพฉวยโอกาสสวมรอยได้ง่าย ดังนั้นแนวทางให้ความช่วยเหลือ 2 ทาง คือ ด้านอาญา จะขอความร่วมมือจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ในการสืบค้น ติดตามไทม์ไลน์การเปิดบัญชีให้รู้แน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังบ้าง หรือมีมิจฉาชีพคนใดกระทำ และด้านแพ่ง ธนาคารต้องรับผิดชอบ เพราะถือเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสเปิดบัญชีโดยนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย ซึ่งตนจะติดต่อประสานงานในเชิงลึก และคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายต่อไป
อนึ่ง สำหรับนายสุวิทย์ ได้ชื่อว่าเป็นทนายความรุ่นใหม่ขวัญใจชาวบ้าน ที่ผ่านมาเคยยื่นมือช่วยเหลือคดีสำคัญๆ ใน จ.กาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียง และชนะคดี โดยคดีสำคัญ เช่น ปี 2559 ช่วยเหลือ 3 พี่น้องยากจน ชาว ต.คลองขาม จ.กาฬสินธุ์ อาชีพเผาถ่านขายประทังชีวิต ถูกแจ้งข้อหาลักลอบตัดไม้ป่าสงวน มีไม้หวงห้ามในครอบครอง โทษทั้งจำทั้งปรับ จำคุกหลายปี สุดท้ายศาลยุติธรรมสั่งรอลงอาญาและพ้นผิด, ปี 2563 ช่วยเหลือด้านคดีความให้พ่อค้าขายปลาร้า จ.กาฬสินธุ์ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็น ป.ป.ส.เรียกเงิน 150,000 บาท และมีผู้เสียหายในพื้นที่ จ.อุทัยธานี โอนเงินเข้าบัญชี มีการติดต่อประสานงานหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายเป็นผู้บริสุทธิ์ และอีกหลายคดีที่ทำให้ชาวบ้านที่มาขอความช่วยเหลือสามารถได้รับความเป็นธรรม

