เลยอ่วม! ไข้เลือดออกระบาด สสจ.เลย เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทั้งจังหวัด กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 นายชาญชัย บุญอยู่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย เปิดเผยถึง ข้อมูลจากงานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง วันที่ 7 สิงหาคม 2567 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม จำนวน 859 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 134.78 ต่อแสนประชากร โดยในช่วงนี้พบผู้ป่วยเฉลี่ย 3.5 คนต่อวัน หรือ 20 คนต่อ 1 อาทิตย์ กำลังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 128 ราย แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต พบว่ามีอำเภอที่มีอัตราป่วยสูงสุด อำเภอนาแห้ว มีผู้ป่วย 39 ราย อัตราป่วย 333.16 ต่อแสนประชากร รองลงมาคือ อำเภอเมืองเลย 384 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 310.47 ต่อแสนประชากร พบมากที่สุดคือ ช่วงอายุตั้งแต่ 5-19 ปี และพบการป่วยในทุกเพศทุกวัย

โรคไข้เลือดออกเมื่อได้รับเชื้อจากยุงลายกัด ภายใน 1– 7 วัน จะเริ่มมีไข้ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีผื่น หรือจุดเลือดออกตามลำตัว หรืออาจมีอาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาไหลฯลฯ อาจช็อคและเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็ว
ส่วนสาเหตุการมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น อาจเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งทางสาธารณสุขจังหวัดเลย ได้มีการเฝ้าระวังมาตลอด โดยมีการลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชน พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ อสม.ในทุกพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุกตำบล ลงพื้นที่กำจัดแหล่งยุงลาย และให้ความรู้เรื่องไข้เลือดออก หากประชาชนเกิดอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ อันดับแรกไม่ควรรับประทานยาแอสไพรินเด็ดขาด เพราะหากเป็นไข้เลือดออกจะทำให้ยาแอสไพรินที่กินเข้าไป จะส่งผลให้เลือดออกง่าย
จึงขอแนะนำว่า หากพบอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยให้สังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก ดังนี้ มีไข้สูง 39-40 องศา เกิน 2 วัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย ซึมลง ปัสสาวะสีเข้ม เบื่ออาหาร อาเจียน อาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดตามผิวหนัง อุจจาระมีสีดำ หากพบอาการลักษณะนี้ก็ควรไปพบแพทย์ใกล้บ้าน หรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ อสม.ในพื้นที่ทราบเรื่อง เพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชน พบแหล่งน้ำขังให้ช่วยกันทำลาย เพื่อตัดตอนการเพาะพันธุ์ของยุงลาย ที่เป็นพาหะนำเชื้อไข้เลือดออก และป้องกันอย่าให้ถูกยุงกัด จะได้ลดความเสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออก


