ตร.บุกจับโจรขโมยกุ้ง เจ้าของแผงโอดลักไปแต่ตัวใหญ่ ๆ เสียหายเหยียบครึ่งแสน
จากกรณีภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านจำหน่ายกุ้งภายในตลาดกลางเพื่อการเกษตร จ.พระนครศรีอยุธยา บันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายเพศชาย ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในตลาด ก่อนจะมุดเข้าไปภายในร้านขายกุ้ง จากนั้นนำตะกร้าและสวิงลงมือช้อนตักกุ้งภายในอ่างใส่ในกระสอบปุ๋ยและถุงพลาสติกที่เตรียมมา ก่อนขนขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยคนร้ายรายเดียวกันนี้ได้เข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง บางครั้งคนร้ายเข้ามาภายในร้านแล้วพบว่ามีคนเฝ้าร้านอยู่ก็จะรีบหลบหนีไป หลังได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด ไปสืบสวนขยายผลจนสามารถ ทราบตัวคนร้ายและติดตามไปจับกุมได้ที่บ้านพัก หมู่ 5 ต.บ้านใหญ่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางเสื้อผ้าและรองเท้า ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา รรท.ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.มนต์ชัย เหลืองประเสริฐ รอง ผกก.สืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา นำตัว นายนิสิต (สงวนนามสกุล) หรือ เท่ง อายุ 35 ปี ชาวอำเภอผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาก่อเหตุขโมยกุ้ง จากร้านจำหน่ายกุ้ง ภายในตลาดกลางเพื่อการเกษตร ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มาสอบสวน
จากนั้นคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณร้านที่ก่อเหตุทั้งหมด 4 ร้าน คือ ร้านผ่องพรรณกุ้งเผา, ร้านอาหารสถานีกุ้งสาขา 2, ร้านอาหารโชคอำนวย 1 และร้านอาหารทะเลซีฟู้ด ป.เป้ากุ้งเผา

นายนิสิตให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนก่อเหตุขโมยกุ้งจากร้านจำหน่ายกุ้งภายในตลาด โดยเริ่มก่อเหตุตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา จนมาถูกเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจับกุม ได้กุ้งไปแล้วกว่า 100 กิโลกรัม โดยกุ้งที่ได้จะนำไปขายให้กับแม่ค้าตามตลาด นอกจากเหตุขโมยกุ้งแล้ว ตนยังก่อเหตุ ขโมยทรัพย์ตามบ้านเรือนชาวบ้านจำนวน 9 ครั้ง ขโมยรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ซึ่งรถทุกคนที่ขโมยมา ตนจะนำไปใช้ก่อเหตุขโมยกุ้งต่อ

นายพิสิษฐ์ สายอยู่ อายุ 56 ปี เจ้าของร้านโชคอำนวย 1 และเป็นประธานชมรมร้านค้าตลาดกลางเพื่อการเกษตร เปิดเผยว่า ตนเป็นคนไปรับซื้อกุ้งจากบ่อมาขายเองที่ร้าน และจัดส่งให้ร้านค้าต่างๆ ช่วงเดือนที่ผ่านมา พบว่ากุ้งขายดีขายหมด แต่ยอดเงินที่จำหน่ายและกำไรลดลง จนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานของร้านที่นอนเฝ้าร้านตื่นขึ้นมา พบคนร้ายกำลังใช้สวิงตักขโมยกุ้ง เมื่อคนร้ายเห็นพนักงานก็รีบหลบหนีไป ตนจึงจึงไปขอตรวจดูกล้องวงจรปิด ของทาง อบจ.พระนครศรีอยุธยาที่ติดตั้งไว้ในตลาด เพื่อนำหลักฐานไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้เมื่อเปิดดูกล้องย้อนหลังไป ก็พบคนร้ายรายเดียวกันก่อเหตุเข้ามาขโมยกุ้งจากร้านต่างๆ หลายครั้งด้วย

นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนกุ้งของทางร้านที่หายไปนั้น เริ่มหายมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยจะหายไปวันละประมาณ 3-5 กิโลกรัม รวมกุ้งที่คนร้ายขโมยไป 100 กว่ากิโลกรัม มูลค่าความเสียหายประมาณ 50,000 บาท เพราะกุ้งที่คนร้ายขโมยไปจะเลือกเฉพาะกุ้งไซซ์ใหญ่ ราคากิโลกรัมละ 450-500 บาท ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้ในที่สุด

