หน้าแรก ภูมิภาค หญิงวัย 49 ทำ...

หญิงวัย 49 ทำทีสั่งของเลี้ยงพระ สบโอกาสฉกเงินแม่ค้าหนีหาย ตร.ตามรวบทันควัน

8.08.24 | 19:55 น.

หญิงวัย 49 ทำทีสั่งของเลี้ยงพระ สบโอกาสฉกเงินแม่ค้าหนีหาย ตร.ตามรวบทันควัน

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ราชบุรี ร.ต.ท.เชาวฤทธิ์ ทับทิมทอง พนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม ได้รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์ภายในร้านขายข้าวเกรียบปากหม้อ พื้นที่ หมู่ 1 ต.ชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.โพธาราม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายเป็นรายเดียวกัน ที่เคยก่อเหตุลักเงินแม่ค้าในตลาดโพธาราม เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้เงินสดไปเป็นจำนวน 9,000 บาท

ชุดสืบสวนทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า คนร้ายเป็นหญิงวัยกลางคน สวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ เสื้อคลุมสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่สีฟ้า ทำทีเข้ามาสั่งข้าวเกรียบปากหม้อจำนวน 10 กล่อง และขนมสาคูจำนวน 10 กล่อง ซึ่งช่วงนั้นลูกค้าจะเยอะ คนร้ายจึงฉวยโอกาสแอบย่องเข้าไปล้วงกระเป๋าเงินที่แขวนไว้กับเอี๊ยม ซึ่งภายในมีเงินสดประมาณ 9,000 -10,000 บาท จากนั้นได้ขี่รถหลบหนีไปทางเขต อ.บ้านโป่ง

Advertisement

หลังได้ข้อมูลคนร้าย ทาง พ.ต.อ.ชัชชน นราวุฒิพร ผกก.สภ.โพธาราม ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พันธ์ฤกษ์ สร้อยทองมูล สว.สส.นำชุดสืบสวน ติดตามไปพร้อมประสานชุดสืบบ้านโป่ง จนทราบชื่อคนร้าย คือ น.ส.มลฑิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ซึ่งเช่าบ้านพักอยู่ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง เมื่อไปถึงก็พบผู้ต้องหาอยู่ในบ้าน พร้อมรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อก และเสื้อคลุมที่ใช้ก่อเหตุ

จากการตรวจสอบพบเงินสด ที่คนร้ายที่ขโมยมาเหลือเพียง 2,920 บาท โดยน.ส.มลฑิชาอ้างว่านำเงินที่ได้ไปไปจ่ายค่าเช่าห้องและซื้อยาบ้าเสพ ส่วนกระเป๋าเงินพร้อมบัตรของผู้เสียหาย ตนได้นำไปทิ้งข้างคลองชลประทาน ห่างจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร ชุดสืบสวนจึงให้พาไปชี้จุดพร้อมนำตัวและของกลางมายัง สภ.โพธาราม ตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง

จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( เมทแอมเฟตามีน )โดยฝ่าฝืนต่อกฏหมาย

นางพรรณี หุ่นเขียว อายุ 69 ปี ผู้เสียหาย เจ้าของร้านข้าวเกรียบปากหม้อ กล่าวว่า คนร้ายมาตอนที่ตนกำลังตั้งร้านอยู่ตามลำพัง โดยขณะนั้นตนกำลังจะแคะข้าวเกรียบปากหม้ออยู่ คนร้ายได้ขี่รถผ่านไป แล้ววกกลับมาจอดหน้าร้าน และลงมาสั่งสาคูและข้าวเกรียบปากหม้ออย่างละ 10 กล่อง โดยอ้างว่าจะนำไปเลี้ยงพระเพล

นางพรรณีกล่าวต่อไปว่า ตอนนั้นตนก็คิดว่าวันนี้ดวงดี โชคดี ที่มีคนมาสั่งเยอะ จากนั้นคนร้ายก็อ้อมไปทางด้านหลังตน มุ่งตรงไปยังจุดที่ตนแขวนเอี๊ยมซึ่งภายในมีกระเป๋าเงินอยู่ ตอนนั้นตนก็บอกกับคนร้ายว่าไม่รู้ว่าตนจะทำข้าวเกรียบปากหม้อและสาคูได้ทันตามจำนวนที่สั่งหรือไม่ แต่คนร้ายก็บอกว่าได้แค่ไหนก็แค่นั้น จากนั้นคนร้ายก็ขี่รถออกไป ตนจึงหันกลับไปมองที่เอี๊ยมก็เห็นว่ากระเป๋าเอี๊ยมเปิดอยู่ จึงคิดได้ว่าตนโดนเข้าแล้ว ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสดอยู่เกือบหมื่นบาท อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามจับได้ทันควัน จะได้ไม่ไปเป็นมารสังคมอีก