หนุ่มออฟฟิศเงินไม่พอใช้ ย่องลักทรัพย์หมู่บ้านหรู อ้างหาเงินใช้หนี้นอกระบบ 2 หมื่นบ. ก่อเหตุมาแล้ว3ครั้ง
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 8 สิงหาคม 2567 พ.ต.อ.สมชาย แจ้งธรรมมา ผกก.สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พ.ต.ท.เศรษฐหาญ เศรษฐภากร รอง ผกก.สส.บางศรีเมือง พ.ต.ต.พงค์นเรศ ศิริเสถียร สว.สส.สภ.บางศรีเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสิฏฐมัยกุล ธารีรัตน์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2254/313 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี คดีลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด พร้อมของกลางหลายรายการ
นายสิฏฐมัยกุล ผู้ต้องหา กล่าวว่า ก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง เห็นบ้านไหนไม่มีคนอยู่ก็ปีนเข้าไปเลย ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาก็จะนำไปขายที่วงเวียนใหญ่ จากนั้นนำเงินไปใช้หนี้นอกระบบ จำนวน 20,000 บาท ก่อนหน้าเคยทำงานออฟฟิศเป็นพนักงานขาย แต่เงินไม่พอใช้จึงลงมือก่อเหตุ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกจับ รู้สึกเข็ดและจะไม่ไปทำแบบนี้อีก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 12.56 น. นายสมบูรณ์ ธุวานนท์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ว่าถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 128/81 หมู่บ้านธนาฮาบิแทค หมู่ 3 ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ซึ่งคนร้ายได้ทรัพย์สิน สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์ เงินสดประมาณ 3,000 บาท ต่อมาชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและสืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งวันที่ 4 สิงหาคม 2567 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านว่า กล้องวงจรปิดของลูกบ้านได้บันทึกภาพคนร้ายกำลังปีนกำแพงของหมู่บ้านและขึ้นหลังคาบ้านของลูกบ้านพยายามเข้าไปลักทรัพย์สินในช่วงเวลาประมาณ 01.44 น. โดยคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงผ้าขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบ สวมหมวกแก๊ปสีดำ พยายามเข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านของลูกบ้าน แต่ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป
ต่อมาวันที่ 6 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 11.00 น. ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจาก รปภ.ของหมู่บ้านว่าคนร้ายได้หวนกลับมาอีกครั้ง และนำบันไดอะลูมิเนียมวางไว้ข้างกำแพงของหมู่บ้าน จึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบและยึดไว้เป็นของกลาง ต่อมาชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายเอาไว้ได้ จากพฤติกรรมพบว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกันทั้งหมดที่ก่อเหตุ จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

