จับแล้วมาเฟียเงินกู้ดอกโหด ต้นเหตุครูนก เครียดดับชีวิต
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครพนม ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี ครูนก อายุ 46 ปี ตำแหน่งครูศูนย์เด็ก สังกัดเทศบาลตำบลหนองญาติ อ.เมืองนครพนม ตัดสินใจรมควันปลิดชีพตัวเองเพื่อหนีหนี้ หลังถูกแก๊งมาเฟียเงินกู้นอกระบบ กดดันทวงหนี้ จนเกิดความเครียด โดยวันเกิดเหตุสามีผู้ตายได้มีการโทรศัพท์ติดต่อไปยังแก๊งเงินกู้เจ้าหนี้ให้มาดูศพพร้อมต่อว่าเป็นต้นเหตุทำให้เสียชีวิต หลังจากยืมเงิน รวมประมาณ 40,000 บาท และมีการจ่ายต้นและดอกรายวัน นับ 1,000 บาท
ล่าสุด พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ติดตามแกะรอยรวบรวมหลักฐานข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ จับกุมดำเนินคดี นายสัมฤทธิ์ อายุ 35 ปี เครือข่ายแก๊งมาเฟียนายทุนเงินกู้นอกระบบ ชาว จ.นครราชสีมา โดยมาเช่าบ้านทำงานปล่อยเงินกู้เก็บดอกเบี้ย ให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอเมืองนครพนม แต่ไม่มีการซัดทอดถึงนายทุนใหญ่ พร้อมแจ้งข้อหา ปล่อยกู้และทวงหนี้ผิดกฎหมาย เก็บดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พบว่าแก๊งมาเฟียเงินกู้ส่วนใหญ่ จะมาจากต่างถิ่น พร้อมจัดทีมออกตระเวนแจกนามบัตร เพื่อหาลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านและแม่ค้าพ่อค้าทั่วไป จะเริ่มให้เครดิตครั้งละ 3,000-5,000 บาท เก็บดอกเบี้ยร้อยละประมาณ 10 ถึง 20 บาทต่อวัน และจะมีการหักดอกเบี้ยล่วงหน้า จากนั้นจะแบ่งจ่ายทยอยเก็บเป็นรายวัน จนครบต้นครบดอก ในระยะเวลาประมาณ 7-15 วัน หากไม่สามารถชำระได้จะเพิ่มดอกเบี้ยเท่าตัว โดยจะมีกลุ่มตำรวจนอกรีต อยู่เบื้องหลังคอยดูแล ทำให้ยากในการดำเนินคดี เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าจะสมยอม นอกจากมีการทวงหนี้ทำร้ายร่างกาย ลูกหนี้ถึงจะออกมาแจ้งความดำเนินคดี
ทั้งนี้ ในส่วนของฝ่ายปกครองและตำรวจ ยอมรับว่ายากในการเอาผิด และแก้ไขปัญหาถาวร เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่ จะมีปัญหาด้านการเงิน ที่เกิดจากไม่มีระเบียบวินัยในการใช้จ่าย และยินยอมทั้งที่รู้ว่าดอกโหดผิดกฎหมาย เป็นการหวังนำเงินไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สุดท้ายไม่มีจ่าย บางรายหัวหมอ พอเกิดปัญหาไม่มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งตรวจ ปราบปรามอย่างจริงจัง แต่จะต้องได้ความร่วมมือจากลูกหนี้ที่เกิดปัญหา ถึงจะสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายกับเจ้าหนี้ปล่อยกู้ผิด

