หน้าฝน ‘โรคฉี่หนู’ ระบาด ภาคใต้ตอนล่างดับแล้ว 8 ราย เตือนหาหมอ อย่าซื้อยากินเอง
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ตรัง จากกรณีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือน โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู ระบาดในช่วงฤดูฝน โดยเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์พาหะ เช่น หนู หมู วัว ควาย สุนัข แพะ แกะ ที่ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ลำคลอง พื้นดินโคลนที่ชื้นแฉะต่างๆ ซึ่งเชื้อโรคดังกล่าวสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานนับเดือน และเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ทางบาดแผลหรือแค่รอยถลอก รอยขีดข่วน หรืออาจชอนไชผ่านผิวหนังที่อ่อนนุ่มจากการแช่น้ำนานๆ รวมถึงการรับเชื้อจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค

ข้อมูลจากระบบการรายงานโรค Digital Disease Surveillance (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 กรกฎาคม 2567 พบ ผู้ป่วยโรคฉี่หนูแล้ว 1,952 ราย เสียชีวิต 24 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย ร้อยละ 1.23 โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ อายุ 60 ปีขึ้นไป อัตราป่วย 4.38 ต่อประชากรแสนคน

นายแพทย์สินชัย รองเดช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคฉี่หนูซึ่งระบาดอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดสงขลา ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) พบผู้ป่วย 482 ราย เสียชีวิต 8 ราย คือ
- สงขลา 5 ราย
- พัทลุง 2 ราย
- ตรัง 1 ราย
จังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุด คือ
- สงขลา 139 ราย
- ตรัง 77 ราย
- นราธิวาส 68 ราย
- ยะลา 65 ราย
- พัทลุง 57 ราย
- สตูล 53 ราย
- ปัตตานี 23 ราย
กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 50-59 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 40-49 ปี, อายุ 30-39 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป ตามลำดับ
ทั้งนี้ โรคไข้ฉี่หนู มักระบาดช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะหลังน้ำลด ดังนั้นช่วงหน้าฝนนี้ ขอให้ประชาชนระวังป่วยด้วยโรคฉี่หนู โดยอาการที่สำคัญ คือ มีไข้สูง หลังลุยน้ำ 1-2 สัปดาห์ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดน่องและกล้ามเนื้อโคนขา มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หากมีอาการดังกล่าวขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที โดยต้องแจ้งประวัติการแช่น้ำ เดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบ ทั้งนี้ สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่ มักซื้อยากินเอง หรือไปพบแพทย์ช้า

