หน้าแรก ภูมิภาค สลด จยย.ตัดหน...

สลด จยย.ตัดหน้ากระบะ เบรกไม่อยู่พุ่งชนดับ ลูกน้อยวัย 2 ขวบรอดปาฏิหาริย์

10.08.24 | 17:46 น.

สลด จยย.ตัดหน้ากระบะ เบรกไม่อยู่พุ่งชนดับ ลูก 2 ขวบรอดปาฏิหาริย์

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยภูมิ พ.ต.ท.ชัยพร พรหมเสนา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ ว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ (จยย.) สถานที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถนนนิเวศรัตน์ สายขาเข้าตัวเมืองชัยภูมิ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์โรงพยาบาลชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดงขาว ถูกชนเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย ทราบชื่อ นางสาวเปียทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้รีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลชัยภูมิ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกสาววัย 2 ขวบ รอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย

Advertisement

ห่างออกไปพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า มีนายเรืองศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ชาวบ้าน ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ โดยนายเรืองศักดิ์ให้การว่า ตนขับรถมาจากแยกโรงต้ม กำลังมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชัยภูมิ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถ ตนไม่ทันได้ระวัง รถจักรยานยนต์ที่กลับรถมาด้วยความเร็ว ทำให้ตนเหยียบเบรกไม่ทันจึงพุ่งชน จยย.คันดังกล่าวเข้าอย่างจัง หลังจากเกิดอุบัติเหตุตนจึงรีบจอดรถลงมาดูอาการคนเจ็บ จากนั้นจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ด้าน พ.ต.ท.ชัยพร พรหมเสนา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ หลังเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางไปดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ก่อนจะประสานญาติผู้เสียชีวิตให้มารับร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

พ.ต.ท.ชัยพรกล่าวอีกว่า ส่วนตัวคนขับรถกระบะนั้นเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นพบภาพวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ พบว่าแม่พาลูกสาววัย 2 ขวบขี่ จยย.สวนย้อนทางผ่านจุดกลับรถพุ่งออกไปตัดหน้ารถกระบะที่ขับมาด้วยความเร็ว ทำให้เบรกไม่ทันจึงพุ่งชนเข้าอย่างจังจนเกิดเหตุสลดในครั้งนี้ขึ้น โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป