เถียงกันในวงข้าว! ปมใครกินมากกินน้อย หนุ่ม 46 ถูกเพื่อนรุ่นน้อง กระทืบเลือดอาบขึ้นโรงพัก
เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2567 ขณะที่ พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มีนายนิกร จันทร์สคู อายุ 46 ปี ชาวหนองคาย พยุงนายสมจิตร ลาวิชัย หรือขอด อายุ 52 ปี ชาวอุดรธานี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตกเลือดไหลอาบหน้า เพื่อแจ้งความว่าโดนนายตั้ม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง และที่อยู่ เพื่อนรุ่นน้องทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าห้องน้ำสนามทุ่งศรีเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อ 20 นาทีที่ผ่านมา
แต่เนื่องจากนายสมจิตร มีบาดแผลแตกบนศีรษะขนาดใหญ่ เลือดไหลออกมาไม่หยุด เกรงว่าจะเกิดอันตราย หรืออาจจะมีอาการช็อกเพราะเสียเลือดมาก อีกทั้งนายสมจิตรพูดจา ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากมีอาการมึนที่ศีรษะ จึงได้วิทยุแจ้งขอรถยนต์ตราโล่ นำนายสมจิตรไปส่งโรงพยาบาล เพื่อไปรักษาบาดแผล และตรวจร่างกายว่านอกจากศีรษะแตกแล้ว มีสิ่งใดในร่างกายได้รับความกระทบกระเทือนหรือแตกหักบ้าง เมื่อรักษาตัวจนอาการดีขึ้นแล้ว จึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายร่างกาย ตำรวจจึงได้นำนายสมจิตรส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

หลังจากส่งนายสมจิตรเข้าโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีแล้ว นายนิกร จันทร์สคู อายุ 46 ปี เพื่อนผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนกับผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนกัน มาทำงานรับจ้างในตัวเมืองอุดรธานี และไม่เคยทะเลาะกันเลย ต่อมามีนายตั้ม อายุประมาณ 35 ปี มาเข้าอยู่ในกลุ่มด้วย ซึ่งนายตั้มมีนิสัยนักเลง ตนเคยเห็นนายตั้มทะเลาะและทำร้ายคนอื่น ก่อนเกิดเหตุ หลังจากไปทำงานรับจ้าง พวกตนได้ไปขออาหารจากแม่ค้าในตลาดเทศบาลมานั่งกินที่ทุ่งศรีเมือง
ขณะกำลังกินนายตั้มและผู้บาดเจ็บได้โต้เถียงกันเรื่องใครกินข้าวมากกินข้าวน้อย ทำให้นายตั้มไม่พอใจลุกขึ้นทำร้ายนายสมจิตร จึงเกิดการชกต่อยกันขึ้น แต่นายสมจิตรสู้ไม่ได้เพราะอายุมากกว่า จึงถูกนายตั้มชก เตะต่อย และกระทืบจนเลือดออกปากและจมูก ศีรษะแตก ตนจึงเข้าไปห้ามเพื่อนทั้งสองให้หยุด พอแยกกันนายสมจิต ให้ตนพามาแจ้งตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับนายตั้ม แต่ตำรวจเห็นนายสมจิตรบาดเจ็บเลือดออกมาก เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงนำส่งโรงพยาบาล
“แพทย์ตรวจรักษาบอกว่านายสมจิตรซี่โครงหัก ศีรษะแตก ให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และให้ตนกลับมาแจ้งความแทน แต่ตำรวจแจ้งว่าตนไม่ใช่ญาติแจ้งไม่ได้ ให้ไปตามญาตินายสมจิตรมาแจ้งความ หรือรอให้นายสมจิตรรักษาตัวจนหาย ออกจากโรงพยาบาล แล้วจึงมาแจ้งความ”

