หน้าแรก ภูมิภาค ลูกชายไหว้แม่...

ลูกชายไหว้แม่ป่วยมะเร็งโพรงจมูก วอนไปรพ.รักษาตัว หลังบ่ายเบี่ยงห่วงค่าใช้จ่ายสูง

12.08.24 | 19:37 น.

2 แม่ลูกเผชิญชะตากรรมตามลำพัง หลังครอบครัวแตกแยกโชคร้ายมีโรคมะเร็งโพรงจมูกคุกคามมานานหลายปี จนเนื้องอกยื่นออกมาปิดตาจมูก มีน้ำเหลืองไหลหยดตลอดเวลา “ตามองไม่เห็น-ต้องหายใจทางปาก” แต่ไม่อยากไปหาหมอ กลัวเจ็บไม่อยากถูก “เจาะคอ” เกรงเสียค่าใช้จ่ายสูง แม่รับสงสารลูกชาย ทำงานได้ค่าจ้างวันละ 400 บาท หากต้องไปนอนโรงพยาบาลลูกชายต้องไปเฝ้า แล้วต้องหยุดงานก็จะไม่มีเงินมาจุนเจือ

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับทราบข่าวว่ามี 2 แม่ลูกต้องเผชิญชะตากรรม ซึ่งแม่ป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก และมีเนื้องอกยื่นออกมา จึงได้เดินทางไปที่บ้านพักคนงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ด้านหลังสำนักงานเทศบาล ต.หนองบัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี พบ น.ส.จันทร์สม ศักดิ์ดี อายุ 66 ปี (ผู้ป่วย) นั่งบนเตียงและลูกชาย ชื่อ นายไพรวัลย์ ศักดิ์ดี อายุ 33 ปี ลูกชาย

พบนายไพรวัลย์กำลังสาละวนดูแลทำความสะอาดตัว น.ส.จันทร์สม (แม่) ที่อยู่ในสภาพน่าสงสารยิ่งนัก มีก้อนเนื้องอกยื่นออกมาจากบริเวณจมูก ขนาดใหญ่ปิดตาจนมิดเหมือนงวงช้าง มีถังพลาสติกขนาดกลางวางอยู่บนตักเพื่อรองรับน้ำเหลืองที่ไหลหยดออกมาจากก้อนเนื้อเสียตลอดเวลา และต้องคอยใช้กระดาษทิชชูซับไว้ตลอดเวลา หากจะใช้มือทำภาระอย่างอื่นก็ต้องใช้ทิชชูอุดรูจมูกไว้ ทั้งนี้ เพื่อที่จะเตรียมนำพวงมาลัยดอกมะลิ เข้ากราบ น.ส.จันทร์สม ผู้เป็นแม่ ในวันแม่ (12 ส.ค.67) โดยมีกลุ่มเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี จุดบ้านหมอ และเพื่อนบ้านต่างพากันมามุงดูเป็นจำนวนมาก

ส่วนผู้สื่อข่าวได้นำข่าวดีแจ้งให้ น.ส.จันทร์สม กับนายไพรวัลย์ ลูกชาย ได้ทราบว่า เรื่องราวที่กลุ่มอาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี จุดบ้านหมอ ได้ร้องขอความช่วยเหลือไปนั้น นายวิบูลย์ สุขอนันตธรรม นายกพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี ได้ทราบเรื่องความเดือดร้อนทั้งหมดแล้วและได้เร่งประสานงานกับ พญ.จิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการ รพ.สระบุรี ขอความกรุณาให้รับเคสผู้ป่วย น.ส.จันทร์สม ศักดิ์ดี นี้ด้วย และ ผอ.รพ.สระบุรี ได้ประสานงานผ่านมายัง รพ.อำเภอบ้านหมอ ให้อำนวยความสะดวกรับผู้ป่วยรายนี้ตามขั้นตอนอยู่ในระบบเพื่อส่งต่อให้ รพ.สระบุรี บำบัดรักษาต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่เบื้องต้นผู้ป่วยยังบ่ายเบี่ยงไม่ยินยอมไป รพ.ตามที่หลายฝ่ายพยายามประสานงานให้การช่วยเหลือ โดยอ้างว่ากลัวถูกเจาะคอและกลัวเสียค่าใช้จ่ายแพง

Advertisement

นายไพรวัลย์ ศักดิ์ดี ลูกชาย กล่าวว่า ตนกับแม่ น.ส.จันทร์สม เดิมเป็นชาว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ตนเป็นลูกชายคนเล็ก ต่อมาพ่อกับแม่แยกทางกัน พ่อไปอยู่กับพี่ชายที่ จ.ระยอง แม่ตรวจพบโรคร้ายเมื่อปี 2528-2529 แพทย์ที่ จ.ลำปาง ส่งแม่ให้ รพ.มหาราชที่ จ.เชียงใหม่ ดูแลเรื่อยมา ต่อมาตนย้ายมาหางานทำที่ จ.สระบุรี มีแม่มาอยู่ด้วย ก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิดแพทย์ที่เชียงใหม่เคยนัดที่จะผ่าตัดเนื้อร้ายให้แม่ แต่พอดีมีโควิดจึงล่วงเลยเรื่อยมาจนปัจจุบัน ทำให้แม่มีสภาพตามที่เห็นในปัจจุบัน

นายไพรวัลย์กล่าวเสริมว่า ตนเคยจะนำแม่ไปโรงพยาบาล แต่แม่ไม่ยอมไป เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่มีสิทธิใช้ 30 บาท แม่กลัวต้องเสียค่าใช้จ่ายแพง สงสารตนที่ทำงานหาเงินคนเดียว หากแม่ไปอยู่โรงพยาบาลตนต้องหยุดงานไปเฝ้า ไม่ได้ทำงานวันละ 400 บาท หากหยุดก็ไม่ได้เงิน

ผู้สื่อข่าวได้อธิบายขั้นตอนการได้สิทธิ 30 บาทว่า ปัจจุบันมีบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวก็สามารถใช้สิทธิรักษาได้ทุก รพ.แล้ว จึงขอให้ นายไพรวัลย์ได้เกลี้ยกล่อมและทำความเข้าใจกับ น.ส.จันทร์สม ผู้เป็นแม่ ให้ยอมไปโรงพยาบาลรักษา ดีกว่าอยู่เฉยๆ เหมือนรอวันที่ท่านจะจากไปเท่านั้น ซึ่งนายไพรวัลย์ก็รับปากว่าจะพยายาม หากแม่ยินยอมก็จะโทรแจ้ง กลุ่มกู้ภัยที่เคยเข้ามาช่วยเหลือให้ช่วยนำส่งต่อไป

ด้าน นางรัตนาพร พิมพ์พันธ์ แม่ค้าขายกาแฟ เผยว่า ตนเองได้เห็นตามเฟซบุ๊กที่ลูกชายของป้าผู้ป่วยโพสต์เรื่องการทำอาหาร และเตรียมอาหารไว้ให้แม่ จากนั้นนายไพรวัลย์ได้เข้ามาปรึกษาตนเองในเรื่องค่าใช้จ่ายและรายจ่ายของแม่ตนซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายและกระดาษทิชชู ซึ่งต้องใช้เป็นจำนวนมาก ว่าถ้าตนเองจะโพสต์ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านจะดูว่าเป็นการน่าเกลียดหรือไม่ ซึ่งน้องเขาก็กลัวว่าสังคมจะว่าตนเองมาหากินกับแม่หรือเปล่า ตนจึงบอกไปว่าตนเองรู้จักกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย ลองบอกกับเขาดูเผื่อมีหน่วยงานที่จะเข้ามาช่วยเหลือได้ และได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน จุดบ้านหมอ

ด้าน นายทวีรัตน์ ปานนาค เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน จุดบ้านหมอ เผยว่า เพจกู้ภัยสว่างรัตนตรัยจุดบ้านหมอ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้ป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านหมอ จึงได้เข้าไปตรวจสอบดูและได้เปิดเพจเพื่อขอรับบริจาคกระดาษทิชชูและกระดาษเปียก แต่เรื่องการเงินทางเพจไม่ได้เปิดรับบริจาค ขอเพียงแค่กระดาษทิชชูและเครื่องอุปโภค บริโภค และยาแก้ปวด ซึ่งก็มีชาวบ้านร่วมบริจาคมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งเมื่อพบเห็นคุณป้าที่ป่วยก็เกิดความสงสาร และในปีที่ผ่านมาก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือบ้าง แต่เมื่อชักชวนป้าให้ไปรักษากลับได้รับคำตอบปฏิเสธในการรักษา ไม่ยอมไปรักษา เนื่องจากว่ากลัวที่จะต้องไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล กลัวลูกชายจะต้องมาลำบากกับตัวป้าเอง ซึ่งทางเพจจะรับบริจาคแต่เพียงสิ่งของเครื่องใช้ที่ลูกชายและป้าขอมาเพียงเท่านั้น แต่จะไม่ขอรับในเรื่องของการเงิน