หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯแม่ฮ่อ...

ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน สั่งเร่งซ่อมสะพาน เสียหายจากน้ำท่วม ชี้ 40 น.ร.ติดค้างที่โรงเรียน ไม่จริง

14.08.24 | 10:47 น.

ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ขุนยวม สั่งเร่งซ่อมแซมสะพานและเส้นทางที่เสียหาย แจงกรณีเด็กนักเรียนติดอยู่ที่โรงเรียน 40 คน และชาวบ้านกว่า 400 ชีวิต ต้องอพยพขึ้นเขา เหตุดินสไลด์ ‘ไม่เป็นความจริง’ ชี้เหตุชาวบ้านอพยพไปโรงเรียนเพราะเป็นพื้นที่สูง สามารถป้องกันภัยจากน้ำป่าไหลหลากได้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมสะพานข้ามลำน้ำปอนที่บริเวณบ้านเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งพังทลายจากกระแสน้ำในลำน้ำกัดเซาะคอสะพานจนได้รับความเสียหายและสะพานได้ถล่มลงมาไม่สามารถใช้การได้ โดยได้รับรายงานจาก นายณรงค์พัชญ์ นาคทรัพย์ นายอำเภอขุนยวม ว่าขณะนี้องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อยได้จัดส่งรถบรรทุกและรถขุดตักมาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมบริเวณคอสะพาน เพื่อให้ประชาชนชาวบ้านแม่ซอได้ใช้สัญจรออกจากหมู่บ้านชั่วคราวแล้ว โดยจะมีการเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันนี้

นายชูชีพกล่าวว่า สะพานดังกล่าวเชื่อมระหว่างหมู่บ้านมะหินหลวง หมู่ 8 ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม ไปยังหมู่บ้านแม่ลาก๊ะ หมู่ 6 ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม ซึ่งมีความเสียหาย 2 แห่ง มีพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอปางมะผ้า อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอขุนยวม โดยอำเภอขุนยวม ประสบภัยหนักที่สุด เบื้องต้นได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้งในพื้นที่ประสบภัยที่อยู่ห่างไกลและทุรกันดาร

นายชูชีพกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 36 ได้จัดกำลังพล ชุดบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับฝ่ายปกครอง อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าดำเนินการสำรวจและให้การช่วยเหลือประชาชน บ้านแม่โกปี่ ตำบลแม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม โดยใช้เส้นทาง อ.ขุนยวม-บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่-บ้านหัวแม่ลาก๊ะ ต.แม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แทนเส้นทางเดิมที่เกิดดินถล่ม และดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง โดยฝ่ายปกครองได้นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ เข้าเปิดเส้นทาง จนถึง บ้านหัวแม่ลาก๊ะ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่สามารถเข้าถึง บ้านแม่โกปี่ได้

Advertisement

ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนกล่าวเน้นย้ำว่า สถานการณ์ในพื้นที่อำเภอขุนยวมไม่ได้มีเหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหลจนทำให้เกิดดินถล่มปิดเส้นทางแต่อย่างใดตามที่มีกระแสข่าวในสื่อโซเซียลแต่อย่างใด รวมถึงกรณีเส้นทางที่จะไปโรงเรียนบ้านแม่โกปี่ ที่มีการระบุว่ามีเด็กกว่า 40 คน ถูกตัดขาดการเดินทาง ไม่สามารถออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้านได้และขาดแคลนอาหารจนทำให้เกิดกระแสในโลกโซเซียลว่าเด็กต้องอดอาหาร และชาวบ้านกว่า 400 ชีวิต ต้องอพยพขึ้นไปอยู่บนเขาทำให้ไม่สามารถขอรับน้ำดื่มได้นั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งข้อเท็จจริงคือเด็กนักเรียนทั้ง 40 คน ได้กลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ในพื้นที่ไฟฟ้าและการสื่อสารไม่สามารถใช้การได้ ส่วนเครื่องอุปโภคบริโภคทางจังหวัดและอำเภอได้เข้าดำเนินเร่งจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดย อบต.แม่ยวมน้อย และหน่วยงานต่างๆ ได้นำอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เข้าไปให้การช่วยเหลือที่บ้านแม่โกปี่แล้ว

“สำหรับ กรณีเด็กๆ ที่หนีน้ำท่วมฉับพลันขึ้นไปบนภูเขาสูงนั้นก็ไม่เป็นความจริง ซึ่งราษฎรบ้านแม่โกปี่ อาศัยอยู่เชิงเขาและข้างลำห้วยหวาดกลัวเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ทับถมบ้านเรือนของตัวเอง จึงได้อพยพมาขออาศัยนอนที่โรงเรียนบ้านแม่โกปี่เพียงเท่านั้น นอกจากนี้ ได้กำชับให้นายอำเภอขุนยวมดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยจะเร่งดำเนินการเปิดเส้นทางให้เข้าถึงหมู่บ้าน จากบ้านแม่ลาก๊ะถึงบ้านแม่โกปี่ ระยะทางอีกประมาณ 10 กม.

อำเภอขุนยวมอยู่ระหว่างการระดมสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ส่งต่อในการช่วยเหลือแล้ว พร้อมทั้งได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนในการเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่หมู่บ้าน หมู่ 2-หมู่ 8 ตำบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม ที่มีสะพานเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านชำรุด และมีดินสไลด์ทับเส้นทางหลายแห่งทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรเป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร” นายชูชีพกล่าว