ตำรวจทางหลวง ไล่สกัดจับกุมรถกระบะหนักผิดสังเกต ค้บเจอขนแรงงานผิดกฎหมายชาวพม่า 15 คน คนขับอ้างได้เงินค่าจ้างขนส่ง 1,500 บาทต่อคน เผยเคยทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง
วันที่ 14 สิงหาคม พ.ต.ต.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ สารวัตรสืบสวนทางหลวง 4 กองกำกับทางหลวง 1 กองบังคับการทางหลวงนครสวรรค์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในสังกัด ร่วมกันสกัดจับกุมรถขนแรงงานผิดกฎหมาย โดยสามารถจับกุมตัวนายสรศักดิ์ กิจวิบูลศรี อายุ 33 ปี อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย และนายพล ผูกพันธ์ อายุ 55 ปี ชาว จ.ตาก พร้อมของกลางรถกระบะมีหลังคา ยี่ห้อ TOYOTA VIGO หมายเลขทะเบียนหมายเลข ผก-4446 ลำปาง และแรงงานชาวพม่า 15 คน โดยสามารถสกัดจับกุมเอาไว้ได้ ที่บริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 97 บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 (ขาเข้า) ต.หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์
สำหรับการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากทางตำรวจทางหลวงได้มีนโยบายให้การกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันที่จับกุมนั้น ขณะที่ตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับทางหลวง 1 กองบังคับการทางหลวงนครสวรรค์ กำลังลาดตระเวนออกตรวจตราอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 ในพื้นที่ อ.หนองบัว ปรากฏว่า ได้พบรถกระบะ ซึ่งมีการติดหลังคาไฟเบอร์ และฟิล์มกรองแสงสีดำทึบ ขับมาบนถนนด้วยความเร็วสูง ดูมีความผิดปกติอยู่ที่น้ำหนักรถ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการบรรทุกอะไรสักอย่างเอาไว้เป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการไล่สกัดเพื่อขอตรวจค้น ก็พบว่า ภายในรถทั้งในห้องผู้โดยสาร และท้ายกระบะ มีการบรรทุกแรงงานผิดกฎหมายชาวพม่า ที่ไม่มีเอกสารการเดินทางเข้าเมืองแบบถึงถูกกฎหมายถึง 15 คน โดยมีนายสรศักดิ์ กิจวิบูลศรี อายุ 33 ปี แสดงตัวเป็นผู้ขับรถ และมีนายพล ผูกพันธ์ อายุ 55 ปี แสดงตัวว่าเป็นผู้โดยสารนั่งอยู่ข้างคนขับ

จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายสรศักดิ์ มือซิ่งรถกระบะ ให้การรับสารภาพอ้างว่า ได้รับการว่าจ้างมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อ ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 15 คน ที่บริเวณ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เพื่อไปส่งปลายทาง อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี โดยจะได้ค่าจ้างในการขนส่ง จำนวน 1,500 บาทต่อคน โดยมีการจ้างนายพล เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท เพื่อให้มานั่งผู้นั่งโดยสารข้างคนขับขี่ เพื่อคอยสำรวจเส้นทาง และดูตามเส้นทางว่า ทางไหนมีตำรวจหรือไม่ แต่สุดท้าย ให้โคตรเซียนอย่างไร ก็ยังไม่รอดโดนตำรวจจับกุม อีกทั้ง ยังยอมรับด้วยว่า เคยรับจ้างกระทำแบบนี้มาแล้ว 5-6 ครั้งแล้ว และเงินค่าจ้างที่ได้มาแต่ละครั้ง จะนำไปเที่ยวและใช้จ่ายต่างๆ
ส่วนการสอบปากคำแรงงานชาวพม่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมา ให้การยอมรับว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ โดยเดินเท้าข้ามมาพักอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ก่อนจะมีคนพาออกมาขึ้นรถ ในการนำพาเข้ามาหางานทำในประเทศไทย ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่อคน จำนวน 20,000 บาท ทางตำรวจจึงได้จึงแจ้งข้อกล่าวหา นายสรศักดิ์ และนายพล ฐานร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ส่วนแรงงานผิดกฎหมายชาวพม่าทั้งหมด ถูกแจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองบัว ภ.จว.นครสวรรค์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


