แก๊งโจ๋สุดกร่าง ชักปืนยิงเด็ก 15 ชิงหมวกแก๊ปสถาบันดัง
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 21.20 น. คืนวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ร.ต.อ.กุณช์พิสิษฐ์ ศรีสงคราม รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองหาน ได้รับแจ้งเหตุวัยรุ่น ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ ที่ริมถนนสาธารณะบ้านโนนธาตุ ม.7 ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกไปทำการช่วยเหลือ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกู้ชีพ อบต.บ้านยา รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายเมธาวี (สงวนนามสกุล) หรือ อาตี้ อายุ 15 ปี ชาวบ้านหมู่ ม.5 ต.บ้านยา ถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดยิงใส่จำนวน 1 นัด กระสุนถูกบริเวณต้นแขนขวาได้รับบาดเจ็บ โดยมีกล้องวงจรปิดหน้าบ้านใกล้จุดเกิดเหตุบันทึกภาพได้บางส่วน

จากการสอบสวน นายเมธาวีให้การว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านพัก มุ่งหน้าไปหาเพื่อนที่ บ้านธาตุ ต.บ้านยา ขณะขี่มาถึงถนนซอยข้างโรงเรียนบ้านธาตุดอนตูม ได้มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 2-3 คนขี่รถจักรยานยนต์มาพบและตะโกนเรียกชื่อตน ตนจึงหันไปดู จากนั้นคนร้ายได้ขอให้ตนถอดหมวกแก๊ปให้ พร้อมกับพูดว่าข่มขู่ว่า “บักอาตี้ มึงอยากถูกยิงไหม” แต่ตนไม่ได้พูดหรือโต้ตอบอะไร พูดจบกลุ่มคนร้ายก็ขี่รถออกไป และขี่ย้อนกลับมาอีกครั้งพร้อมยิงปืนใส่ 1 นัด กระสุนถูกต้นแขนขวาได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงขี่รถหลบหนีไป

น.ส.เอิร์น (นามสมมติ) ผู้แจ้งเหตุ กล่าวว่า ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านตน หลังกินข้าวเย็นเสร็จได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จากนั้นมีเสียงเอะอะโวยวาย ตอนแรกคิดว่าพวกเขาวิ่งไล่หยอกกัน สักพักน้องคนเจ็บก็ร้องขอความช่วยเหลือ “เอื้อยๆ ช่วยผมด้วย ผมถูกยิง พาผมไปหาหมอด้วย” ตนตกใจทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้ จึงเรียกผู้บาดเจ็บให้เข้ามานั่งพักในตัวบ้าน แล้วโทรไปหารถกู้ชีพ ปรากฎว่ารถไม่ว่าง เพื่อนของน้องจึงได้พาน้องคนเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลหนองหานทันที

นายณัฐวัฒน์ (สงวนนามสกุล) เพื่อนของนายเมธาวี กล่าวว่า ไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นใคร และไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกัน ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน รู้แต่ว่าเพื่อนของตนเล่นแอพพ์ TikTok อยู่ดี ๆ กลุ่มคนร้ายก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาขอหมวก ซึ่งเป็นหมวกของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เมื่อเพื่อนยื่นหมวกให้แล้ว กลุ่มคนร้ายก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ก่อนวกกลับมาใช้อาวุธปืนยิงที่แขนของเพื่อนจนได้รับบาดเจ็บ คิดว่ากลุ่มคนร้ายคงจะเห็นรูปตอนเพื่อนใส่หมวกใน TikTok จึงตามมายิงเพื่อชิงหมวกโรงเรียน ที่พวกตนศึกษาอยู่
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะได้สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


