หน้าแรก ภูมิภาค รอง.ผบก.เร่งค...

รอง.ผบก.เร่งคดี แก๊งคนร้ายอ้างเป็นตำรวจจีน ปล้นเงินสกุลเงินดิจิทัล ชาวจีน 80 ล้านบาท

15.08.24 | 14:30 น.

รอง.ผบก.เร่งคดีแก๊งคนร้ายอ้างเป็นตำรวจจีน ปล้นทรัพย์ชาวจีน กว่า 80 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร รอง ผบก.จ.ปทุมธานี ได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงประชุมคลีคลายคดีจากกรณี 4 คนร้ายชาวจีนพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าไปปล้นทรัพย์สองสามีภรรยาชาวจีนในบ้านพัก ซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี โดยบังคับให้ญาติๆ ของผู้เสียหายที่อยู่ประเทศจีนโอนเงินสกุลดิจิทัล คิดเป็นไทย 70 ล้านบาท เข้าบัญชีกลุ่มคนร้าย หลังจากการโอนเงินแล้ว กลุ่มคนร้ายได้ยึดโทรศัพท์มือถือไป 4 เครื่อง และยกเซิร์ฟเวอร์ ที่บันทึกกล้องวงจรปิดภายในบ้าน แล้วขับรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 ขย 9302 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหายหลบหนีไป เหตุกลางดึกวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา

ด้าน พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร รอง ผบก.จ.ปทุมธานี เปิดเผยหลังประชุมเสร็จว่า คนร้ายมีด้วยกันทั้งหมด 6 คน ก่อนเกิดเหตุมีการใช้รถยนต์สีขาวขับไปส่ง บริเวณใกล้หมู่บ้านของผู้เสียหาย จากนั้นคนร้าย 5 คน จาก 6 คน ใช้วิธีการเดินเท้าแอบเข้าไปในหมู่บ้าน ซึ่งห่างจากบ้านผู้เสียหายประมาณ 200 เมตร จากนั้นจึงปีนเข้าไปในบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งขณะก่อเหตุ ภายในบ้านผู้เสียหายมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย ผู้เสียหาย, ภรรยาผู้เสียหาย, พี่สาวผู้เสียหาย, เลขานุการผู้เสียหาย และแม่บ้านอีก 2 คน พอไปเจอเลขานุการของผู้เสียหายก็ใช้ปืนทุบศีรษะ (ใช้ปืนก่อเหตุ 1 กระบอก) และบังคับให้พาเข้าไปในบ้าน เมื่อพบผู้เสียหายจึงใช้เคเบิลไทมัดข้อมือผู้เสียหาย, ภรรยาผู้เสียหาย และเลขานุการของผู้เสียหาย ส่วนพี่สาวของผู้เสียหาย และแม่บ้านอีก 2 คน

นอนหลับอยู่ในห้อง ไม่ได้ถูกควบคุมตัวข่มขู่หรือพันธนาคารแต่อย่างใด โดยคนร้ายใช้ภาษาจีนพูดคุยสื่อสารกับผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นตำรวจจีนขู่บังคับให้โอนเงินสกุลท่านเข้าบัญชีคนร้าย คิดเงินเป็นเงินไทย 70 ล้านบาท พร้อมกับนำทรัพย์สินเป็นเงินสด 2 ล้านบาท, นาฬิกายี่ห้อปาเต๊ะ 1 เรือน, เครื่องประดับทองคำขาว และรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด รวมมูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งภายหลังตำรวจติดตามนำรถโตโยต้า อัลพาร์ด กลับมาได้ เพราะหลังเกิดเหตุคนร้ายนำรถไปจอดทิ้ง จากนั้นจึงให้คนขับรถยนต์สีขาวมารับหลบหนีไปอีกทอดหนึ่ง โดยการสืบสวนมีความคืบหน้าไปได้ระดับหนึ่ง เชื่อว่าคนร้ายยังอยู่ในประเทศไทย

Advertisement

จากการสอบสวนทราบว่าผู้เสียหายเป็นที่ปรึกษาบริษัทจิวเวลรี บริษัทตั้งอยู่ในย่านรามคำแหง จดทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2563 โดยมาซื้อบ้านหลังเกิดเหตุพักอาศัย อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจได้เชิญผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติว่ามีคนในเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ เนื่องจากผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก และเห็นหน้าคนร้ายมาก่อน ตรวจสอบผู้เสียหายยังไม่พบประวัติการกระทำความผิด หรือมีหมายจับในประเทศจีน ซึ่งจะเชิญหุ้นส่วนที่ทำธุรกิจร่วมกับผู้เสียหายมาสอบปากคำในวันนี้ เพื่อหาสาเหตุเชื่อมโยงต่อไป รวมทั้งหาที่มาของเงินสดสองล้านบาทที่คนร้ายปล้นไป

จากผู้เสียหายด้วยซึ่งอยู่ระหว่างกำลังเปรียบเทียบแผนประทุษกรรมคดีเก่า เพื่อตรวจสอบหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เชื่อว่าคนร้ายมีข้อมูลของผู้เสียหายพอสมควร จึงสามารถก่อเหตุได้ MR.ke jibao สัญชาติจีน เชื้อชาติจีนอายุ 34 ปี จากนั้นก็ปฏิบัติการให้โอนเงินและเอาเซิร์ฟเวอร์กำล้องวงจรปิดไปด้วย ส่วน MR.chen mingfa อายุ 26 ปี ถูกปืนตบที่หน้าผาก และนำบุคคลในบ้านมาสอบเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่กระจ่าง โดยผู้เสียหายเดินทางมาพร้อมล่ามซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป