หน้าแรก ภูมิภาค รวบแล้ว! แก๊ง...

รวบแล้ว! แก๊ง 3 โจ๋ซ่า ดักยิงหนุ่มปวช.ชิงหมวกแก๊ปสถาบัน เผยเคยท้าทายในโซเชียลมาก่อน

15.08.24 | 17:00 น.

รวบแล้ว!! แก๊ง 3 โจ๋ซ่า ดักยิงหนุ่มปวช.ชิงหมวกแก๊ปสถาบัน เผยเคยท้าทายกันในโซเชียลมาก่อน 

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ขับรถจักรยานยนต์ไปชิงเอาหมวกแก๊ปของสถาบัน หนุ่ม ปวช.1 ก่อนย้อนกลับมายิงปืนถูกแขนขวา 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บเพื่อนต้องช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.20. น. วันที่ 13 สิงหาคม ล่าสุดอาการดีขึ้นแล้ว สามารถให้ปากคำได้ แต่ยังต้องรอผ่าเอาหัวกระสุนออก และในที่สุดตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด พบเป็นเยาวชนชาย 3 ราย อายุ 13 14 และ 15 ปี เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.หนองหาน ได้รายงานเหตุวัยรุ่นชายถูกคนร้ายชิงหมวกแก๊ป และถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นชุดสืบสวนได้แกะรอยกลุ่มคนร้ายจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จนสามารถไปจับกลุ่มคนร้ายได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.บ่งเหนือ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ช่วงเย็นของวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย นายธนากร พรมมัดชะ หรือฟิล์มอายุ 15 ปี ชาว ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี, ด.ช.ณัชพล รุ่งโรจน์ หรือโอม อายุ 14 ปี และ ด.ช.วุฒิชัย ผ่านชมภู หรือเวฟ อายุ 13 ปี ชาว ต.บงเหนือ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

พร้อมกับตรวจยึดของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 2 กระบอก ปลอกกระสุนปืน .38 จำนวน 1 นัด กระสุนปืน .38 จำนวน 1 นัด รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ จำนวน 1 คัน และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าร่วมกันลงมือก่อเหตุจริง ทำไปด้วยความคึกคะนอง หมวกแก๊ปที่ชิงคนบาดเจ็บไป ได้โยนทิ้งข้างทางไม่รู้อยู่จุดไหน ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้มีการโต้เถียงท้าทายกันในโซเชียล จนกระทั่งกลุ่มผู้ก่อเหตุทราบว่าผู้บาดเจ็บออกมาจากบ้าน จึงติดตามมาก่อเหตุ โดยนายธนากร พรมมัดชะ อายุ 15 ปี รับว่าเป็นคนยิงปืน ซึ่งยิงขณะซ้อนท้ายเป็นคนที่สาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันปล้นทรัพย์, พยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งฟ้องศาลเด็กและเยาวชน จ.อุดรธานี ต่อไป

นายโกวิท กวานปัดชา

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.หนองหาน ไปพบกับนายเมธาวี สิงห์สาย หรืออาตี้ อายุ 16 ปี ผู้บาดเจ็บ โดยมีนายโกวิท กวานปัดชา อายุ 65 ปี นางบุญร่วม กวานปัดชา อายุ 69 ปี ตาและยายของนายอาตี้ คอยดูแลหลานชายอยู่ไม่ห่าง เบื้องต้นยังต้องรอคิวผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก แต่อาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ สามารถพูดจาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวได้

Advertisement

นายอาตี้เล่าว่า ช่วงเย็นหลังจากกินหมูกระทะกับตาและยาย ประมาณ 21.00 น. ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาหาเพื่อน เมื่อข้ามทางมาเข้าซอยข้างโรงเรียนก็เห็นกลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามมา แล้วก็เรียกชื่อตน 1 ครั้ง ตนจำได้ว่า 1 ในนั้นคือนายฟิล์ม ซึ่งเป็นวัยรุ่น บ.บ่งเหนือ ต.บ่งเหนือ อ.สว่างแดนดิน แล้วตะโกนบอกมึงจะเอาหรอ อยากถูกยิงมั้ย แล้วพวกนั้นก็ยิงใส่ตน 1 นัด จนแขนตนห้อย แล้วพวกนั้นก็ขับรถหนีไป ก่อนย้อนกลับมาแล้วบอกให้ตนถอดหมวกออก แล้วเอื้อมมือมาชิงเอาไป

“ตนไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องมายิงตน ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน รู้แค่ว่าเป็นวัยรุ่นคนละหมู่บ้าน ก็มีการเล่นโซเชียล เห็นกันในโซเชียลตลอด แต่ก็ไม่เคยกระทบกระทั่งกัน และก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาหมวกตนไปทำไม หมวกใบนี้เป็นหมวกสถาบัน เป็นหมวกที่รุ่นพี่ในวิทยาลัยเทคโนโลยีพิชญพิชญ์ได้ทำขึ้นมาขาย เป็นหมวกที่มีสัญลักษณ์วิทยาลัย ตนซื้อมาในราคา 190 บาท รุ่นนี้ไม่มีขายแล้ว หากเป็นไปได้ก็อยากได้คืน ต่อไปก็จะระมัดระวังตัวเองให้มากกว่านี้ จะไม่ออกจากบ้านตอนค่ำมืดอีกแล้ว”

ตาและยายนายอาตี้ เล่าว่า หลังจากกินหมูกระทะที่บ้านเสร็จ ตาก็ขึ้นบ้านไปนอน ยายและอาตี้ได้ช่วยกันเก็บของ แล้วหลานก็ออกไปหาเพื่อน ไม่นานน้องสาวยายที่เป็น อสม. ได้โทรมาบอกว่าอาตี้ถูกยิง ตอนนี้เพื่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ตาและยายจึงรีบมาดูหลานที่โรงพยาบาลทันที หลานไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้ ไม่เห็นว่าจะมีเรื่องทะเลาะอะไรกับใคร ตกใจที่หลานถูกยิง แต่ก็โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ ต่อไปก็จะตักเตือนหลาน ไม่ให้ออกจากบ้านยามค่ำคืน เพราะไม่รู้ว่าจะเจอเหตุรุนแรงแบบนี้อีกหรือไม่