สมาคมโรงแรม-ผู้ประกอบการตุ๊กตุ๊กหาดใหญ่ ให้โอกาสนายกฯ คนใหม่พิสูจน์ฝีมือ
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ได้รับความสนใจจากประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า ย่านการค้าถนนเสน่หานุสรณ์ กลางเมืองหาดใหญ่ โดยต่างคาดหวังว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องเป็นสำคัญ
นายนิกร อุตพยม ผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊กหาดใหญ่ กล่าวว่า ตนติดตามการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย มีส่วนที่ทำให้การท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊ก รวมถึงผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องราคาสินค้า เรื่องปากท้อง ยอมรับว่าเมื่อไปเดินตลาด พบว่าราคาสินค้าชนิดต่างๆ ปรับเพิ่มขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งตนพร้อมให้กำลังใจว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศ และให้โอกาสในการทำงาน แนะนำให้เร่งรัดมาตรการทางเศรษฐกิจ ช่วยเหลือในเรื่องปากท้อง การสร้างรายได้ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้คนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่วนเรื่องโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทนั้น มองว่าหากเป็นประโยชน์ รัฐบาลก็คงผลักดันต่อไป ส่วนตนนั้น มองว่าหากได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

ด้านนายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า ภาคเอกชนเราคาดหวังตั้งแต่นายกฯ เศรษฐา ว่า ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยจะสามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจได้ แต่จากการสัมผัสตลอด 1 ปีที่ผ่านมายังรู้สึกได้ว่าเศรษฐกิจในประเทศยังมีปัญหา แต่ก็ยังคาดหวังว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะนำวาระทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนในการขับเคลื่อนประเทศ โดยใน 1 ปีที่ผ่านมาประเมินว่า ปกติฝีไม้ลายมือในเชิงเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา ระยะเวลา 1 ปี น่าจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ก็ยังมีเวลาอีก 3 ปีที่จะพิสูจน์ฝีมือในเรื่องเศรษฐกิจ เราคาดหวังมากว่าภายใต้การนำของเพื่อไทย จะแก้ปัญหาตามที่หาเสียงได้ โดยเฉพาะเรื่องนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนได้

อย่างไรก็ตาม มีหลายโครงการที่สามารถขับเคลื่อนทำก่อนได้เลย ไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล อย่างโครงการนำเสนอเขตธุรกิจใหม่ นำร่องทางภาคใต้ ที่ได้นำเสนอไว้ช่วงของการหาเสียง โครงการเศรษฐกิจดีๆ แบบนี้น่าจะมาเป็นโครงการนำร่อง ไม่ต้องใช้งบมหาศาลแต่อย่างใด ทั้งนี้ คาดหวังว่าการลดรายจ่ายให้กับประชาชน คลายความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คนมีเงินเพิ่มและออกมาใช้เงินมากขึ้น
เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายสิทธิพงษ์มองว่า ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์เป็นไปโดยระบอบประชาธิปไตย เราคงต้องให้โอกาสนายกฯ คนใหม่พิสูจน์ผลงาน หลังจากนี้อยู่ที่ตัวนายกฯ เองว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และนักธุรกิจต่างๆ ถ้าจะอยู่ครบเทอมน่าจะพิสูจน์ได้ แต่ในช่วงแรกๆ อาจจะมีการตั้งข้อสังเกต หรือมีข้อสงสัย จึงอยากให้นายกฯ รีบเร่งสร้างความเชื่อมั่นว่าจะเป็นผู้นำได้ดี และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้


