หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านเดือด ...

ชาวบ้านเดือด โรงงานปล่อยน้ำปนขี้เถ้า ทำแม่น้ำมูลสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นคลุ้ง ร้องหน่วยงานแก้ปัญหา

17.08.24 | 10:20 น.

แม่น้ำมูล กลายเป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็น ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก คาดโรงแป้งมันสำปะหลังลอบปล่อยน้ำเสีย สิ่งแวดล้อมภาค 11 เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจเร่งด่วนแล้ว

นครราชสีมา-วันที่ 17 สิงหาคม นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา และนายธรรมทรรศ ทองสำโรง นายอำเภอโชคชัย มอบหมายให้ปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่มีชาวบ้านในพื้นที่ ต.ครบุรี อ.ครบุรี และ ต.ทุ่งอรุณ อ.โชคชัย ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำภายในลำน้ำมูล ซึ่งเป็นลำน้ำหลักที่ชาวบ้านใช้ในการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร เกิดความผิดปกติ มีสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็น จนชาวบ้านไม่กล้าที่จะใช้น้ำ

นายพีรวัฒน์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ได้มีการประสานไปยังทางอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา , สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) และกรมเจ้าท่า ร่วมลงตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า ลำน้ำมูลช่วงระหว่างเขตรอยต่อระหว่าง ต.ครบุรี อ.ครบุรี และ ต.ทุ่งอรุณ อ.โชคชัย เกิดปัญหาน้ำภายในลำน้ำมีสีดำคล้ำกว่าปกติหลายช่วง โดยเฉพาะบริเวณช่วงที่ไหลผ่านบ้านเหมืองตะโก ต.ครบุรี อ.ครบุรี ระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร พบว่า น้ำภายในลำน้ำมูลทั้งสาย สีดำสนิทคล้ายกับสีของน้ำมันดิบ และมีกลิ่นเหม็นคลุ้ง เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำกลับไปตรวจสอบยังห้องปฏิบัติการ และเบื้องต้นพบว่า น้ำในจุดนี้มีปริมาณออกซิเจนในน้ำต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ส่วนของสารประกอบอื่นๆ ยังไม่สามารถระบุได้

Advertisement

จากการสอบถาม นายสาร นาคเกษม อายุ 60 ปี ชาวบ้านเหมืองตะโก หมู่ที่ 6 ต.ครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งอาศัยอยู่ติดกับลำน้ำมูลช่วงที่เกิดปัญหา บอกว่า “เรื่องของเรื่องที่น้ำในลำมูลเน่าเสียมักจะมีให้พบเห็นบ่อยครั้ง แต่มาเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (16 สิงหาคม 2567) รุนแรงกว่าทุกครั้งเท่าที่เคยเจอมา เพราะสีน้ำดำสนิท และมีกลิ่นเหม็นอย่างมาก โชคดีที่หมู่บ้านมีการเจาะบ่อบาดาลใช้ในระบบประปา จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบด้านการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการใช้น้ำในภาคการเกษตร ที่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะสูบน้ำจากลำน้ำมูลไปใส่ไร่นา เพราะเกรงว่าผลผลิตของตัวเองจะเสียหาย รวมถึง เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศในลำน้ำ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขโดยเร็ว”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ได้มีการเชิญหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมหารือ และชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้น มีโรงงานแป้งมันสำปะหลังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ครบุรี ยอมรับว่า ได้เกิดมีน้ำที่เจือปนขี้เถ้าที่ทางโรงงานได้บดอัดเพื่อใช้ในการปรับปรุงพื้นผิวโรงงานบางส่วนหลุดรอดออกจากโรงงาน ประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตร เนื่องจากผู้รับเหมาที่มาดำเนินการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ จึงเข้าทำการตรวจสอบโรงงานดังกล่าว เพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องมีการเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ไปตรวจสอบว่า จะมีความผิดตามระเบียบกฎหมายใดหรือไม่ รวมถึง ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ตัวอย่างน้ำที่เกิดปัญหาจากทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง

ขณะเดียวกันครั้ง การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น นายพีรวัฒน์ ได้ประสานไปยังทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน ให้ช่วยระบายน้ำจากเขื่อนมูลบนลงลำน้ำมูล เพื่อช่วยเจือจางน้ำในช่วงที่เกิดปัญหา เพื่อปรับระบบนิเวศน์ภายในลำน้ำมูลให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมา ปริมาณน้ำภายในลำน้ำมูลบางช่วงตื้นเขิน ไม่มีการไหลเวียนของน้ำ โดยล่าสุด ทางทางเขื่อนมูลบนได้เริ่มระบายน้ำลงลำน้ำมูลแล้ว ประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 6 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน