‘นพพร อุสิทธิ์’ สมัครชิงนายกอบจ.ชุมพรอีกสมัย หวังสานต่อนโยบายลุล่วง

17.08.24 | 12:24 น.

ตามที่ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ชุมพร ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.ชุมพร เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 และมีผลเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำ อบจ.ชุมพร ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้ง นายก อบจ.ชุมพร ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2567 โดยกำหนดเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 13-17 สิงหาคม 2567 ณ ห้องประชุมกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ชั้น 3 (ห้องประชุมสภา อบจ.ชุมพร) ภายใน อบจ.ชุมพร นั้น

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร นายนพพร อุสิทธิ์ พร้อมด้วยภรรยาคือ นางสุจิตรา อุสิทธิ์ นายกอบต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ได้เดินทางเข้าสักการะศาลหลักเมืองชุมพรในเวลา 08.09 น.จากนั้นได้เข้ากราบสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 หน้า อบจ.ชุมพร เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีบรรดาผู้สนับสนุนจาก 8 อำเภอประมาณ 5,000 คน สวมเสื้อยืดสีเหลืองสกรีนข้อความ “ทีมพลังชุมพร” พร้อมช่อดอกกุหลาบและพวงมาลัยดอกดาวเรือง มาให้กำลังใจด้วยการส่งเสียงเชียร์เป็นระยะ ส่วนด้านนอกก็มีรถแห่ติดป้ายหาเสียงของนายนพพรจำนวน 30 คัน มารอทราบหมายเลขประจำตัวผู้สมัครของนายนพพรเพื่อแห่ไปยัง 8 อำเภอของจังหวัดชุมพร

นอกจากนั้น ยังมี นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ส.ส.ชุมพร เขต 1 และ นายสันต์ แซ่ตั้ง ส.ส.ชุมพร เขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมารอคล้องคอนายนพพรเพื่อให้กำลังใจด้วย

เวลา 09.09 น.นายนพพร ได้เดินทางเข้ายื่นใบสมัครต่อเจ้าหน้าที่รับสมัคร โดยมี ว่าที่ ร.ต.ธีระยุทธ ธีระโสพิศ ปลัด อบจ.ชุมพร ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.ชุมพร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง (ผอ.กต.) ประจำ อบจ.ชุมพร คอยอำนวยการ ซึ่งปรากฏว่าในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีผู้สมัครรายอื่นเข้ายื่นใบสมัคร ไม่ต้องมีการจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร นายนพพรจึงได้หมายเลขประจำตัวคือหมายเลข 1

Advertisement

หลังการยืนใบสมัคร นายนพพรได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ที่ผ่านมาตนเคยได้รับโอกาสจากชาวชุมพรให้เป็นนายก อบจ.ชุมพรมาแล้ว 1 สมัย จึงขออาสาทำงานให้ชาวชุมพรในฐานะนายก อบจ.ชุมพรอีก 1 สมัยเพื่อสานต่อการทำงานในช่วงที่ผ่านมาที่ยังทำงานได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ยังมีส่วนที่ยังคั่งค้างอยู่ หากได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ชุมพรอีก 1 สมัย ก็คงได้สานต่อนโยบายต่างๆ ให้ลุล่วง เพราะชุมพรยังต้องการการพัฒนาอีกหลายเรื่อง ส่วนกรณีที่ไม่มีคู่แข่งแล้วตนต้องแข่งกับตัวเองโดยต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 20% ของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งก็ไม่รู้สึกหนักใจเพราะคิดว่าชาวชุมพรคงให้โอกาสตนได้ทำงานต่อ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่แข่งไม่ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะตนได้ทุ่มเทการทำงานการเมืองตั้งแต่ได้เป็นนายก อบจ.ชุมพร เมื่อปี 2563 โดยได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านและช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขามาโดยตลอด

“กรณีมีการพูดว่า การที่ผมลาออกแล้วลงสมัครเป็นนายก อบจ.ชุมพรอีก จะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง ขอชี้แจงว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพร ในวันที่ 22 กันยายน 2567 อบจ.ชุมพรคงจะนำงบเหลือจ่ายในแต่ละปีของ อบจ.ชุมพรมาใช้โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของ กกต.ส่วนกลางเลย เช่น ในปี 2566 มีงบประมาณเหลือจ่ายของ อบจ.ชุมพรกว่า 30 ล้านบาท หลังจากมอบเงินอุดหนุนศูนย์โรคหัวใจ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ไป 20 กว่าล้าน และจ่ายค่าตอบแทนพิเศษพนักงานอีก 10 กว่าล้าน งบประมาณที่ใช้จัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพร จึงไม่จำเป็นต้องไปเบียดบังเอางบประมาณของโครงการต่างๆ มาใช้

ว่าที่ ร.ต.ธีระยุทธ ธีระโสพิศ ผอ.กต.ประจำ อบต.ชุมพร กล่าวว่า กกต.ประจำ อบจ.ชุมพรมีความพร้อมเต็มที่ในการจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพรในวันที่ 22 กันยายน 2567 โดยมีการอบรมคณะอนุกรรมการหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ระดับอำเภอที่มี 749 หน่วย แยกเป็นอำเภอๆ ไป ซึ่งจะมีปลัดอาวุโส ปลัดอำเภอ ปลัดเทศบาล ปลัด อบต.เข้ามากำกับดูแล พร้อมทั้งยังมีการกำหนดวิทยากรให้ความรู้กับ กปน.ส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการจัดการเลือกตั้งและเรื่องบุคลากรก็ได้เตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนในเรื่องความปลอดภัย ได้เชิญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพรมาเป็น กกต.ประจำ อบจ.ชุมพรด้วย โดยจะมีตำรวจไปประจำหน่วยเลือกตั้งละ 1 นาย ประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจชุมชน อปพร.ในพื้นที่ จึงอยากเชิญชวนชาวชุมพรผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีประมาณ 480,000 คนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันด้วย ซึ่งได้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าคงมีผู้ใช้สิทธิไม่น้อยกว่า 70%