หน้าแรก ภูมิภาค มือปืนรัวยิงห...

มือปืนรัวยิงหญิงวัย 62 พร้อมลูกสาว เสียชีวิตคาบ้าน หลาน 2 ขวบถูกลูกหลง สงสัยฝีมือญาติ

18.08.24 | 11:22 น.

มือปืนเหี้ยม จ่อยิงป้าวัย 62 พร้อมลูกสาววัย 22 ตายคาบ้าน ส่วนหลานวัย 2 ขวบ ถูกลูกหลงบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม ร.ต.ท.ศุภชัย เมตตามิตรพงศ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงคนเสียชีวิตที่บ้านไม่มีเลขที่ ริมทางรถไฟ หมู่ 2 ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีระเดช อธิภัคกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร, พ.ต.อ. สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สภ.บางโทรัด, พ.ต.ท.วุฒิชัย ทวีกาญจนวัฒน์ รอง ผกก.สส.สภ.บางโทรัด, พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.บางโทรัด เจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานสมุทรสาคร แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านมุงจาก ลักษณะคล้ายกระต๊อบริมบ่อ ภายในพบร่างไร้วิญญาณ 2 ศพ ทราบต่อมาคือ นางบุปผา อายุ 62 ปี นอนหงายจมกองเลือด ถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ยิงเข้ากลางหน้าอก 1 นัด ไหปลาร้า 1 นัด ราวนมด้านซ้าย 1 นัด และจมูก 1 นัด ส่วนอีกศพอยู่ใกล้กันคือ น.ส.อริษรา อายุ 22 ปี นอนตะแคงคว่ำหน้าอยู่ ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านหลัง 3 นัด ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นแม่ลูกกัน

นอกจากนี้ ยังมีเด็กเล็กชื่อ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 2 ปี 2 เดือน ถูกกระสุนถากเข้าที่เอว 1 นัด เจ้าหน้าที่ รีบนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ได้จำนวน 3 ปลอก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

Advertisement

จากการสอบถาม นายบุญมา อายุ 83 ปี สามีนางบุปผา เล่าว่า มาเช่าที่ทำบ่อปลาเลี้ยงกุ้งอยู่ที่นี่โดยมีลูกสาวทำงานอยู่ร้านขายกาแฟกับหลานวัย 2 ขวบ (ลูกของหญิงสาวที่เสียชีวิต) พักอาศัยอยู่ด้วยกันรวม 4 คน ตนมีหน้าที่ทำบ่อ ส่วนนางบุปผามีหน้าที่เลี้ยงหลาน

นายบุญมากล่าวว่า ช่วงกลางวัน ขณะดายหญ้าอยู่ด้านหลังกระต๊อบตรงบ่อเลี้ยงปลา มีชายวัยรุ่น 2 คน อายุประมาณ 20 ปี มายิงปืนข้างบ้าน หนึ่งในนั้นเป็นหลานชายของญาติเมีย มากับเพื่อนอีก 1 คน อายุไล่เลี่ยกันแต่ตนไม่รู้จัก พอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นกว่า 20 นัด ก็รีบเดินไปดูแล้วก็ตะโกนว่า “ทำอะไรกัน” พวกเขาก็บอกว่า “มายิงนก” จึงบอกว่า “ไปยิงที่อื่น หลานกูร้อง” จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วก็เดินกลับไปดายหญ้าต่อ ทำให้ไม่รู้ว่าภายหลังเกิดอะไรขึ้นก่อนที่พวกนั้นจะออกไป ส่วนนางบุปผาออกไปแจ้งความที่โรงพักแล้วก็กลับมาตอนเย็น

นายบุญมากล่าวว่า ตอนช่วงหัวค่ำตนไปเปิดน้ำเข้าบ่อ ได้ยินเสียงปืนดังปังๆ จึงเดินมาเรียกที่บ้านแต่ปรากฏว่าเงียบกันหมด มีแต่หลานบอกว่ายายตาย เมื่อขึ้นไปดูเห็นเลือด 2 แม่ลูกเต็มไปหมด จากนั้นรีบโทรแจ้ง 191 ว่ามีคนโดนยิง ให้รีบมา

ด้าน น.ส.จุฑามาศ อายุ 35 ปี ลูกสาวคนโตของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตอนกลางวันแม่โทรมาเล่าให้ฟังว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วแม่ก็ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางโทรัด ซึ่งตนที่อยู่อีกบ้านหนึ่งก็ไปเป็นเพื่อนแม่ด้วย ช่วงที่อยู่โรงพักญาติของแม่ที่เป็นครอบครัวของหลานที่เข้ามาก่อเหตุกับเพื่อนนั้น ได้โทรศัพท์มาหาแม่แล้วบอกว่าให้ช่วยถอนแจ้งความ อย่าเอาเรื่องกับหลานเลย แต่แม่บอกกลับไปว่าจะไม่ให้แจ้งความได้อย่างไร ก็เพื่อนหลานเล่นเอาปืนจ่อกลางหน้าผากแล้วยังลงมาที่กลางหน้าอกอีก เพราะหลังจากที่ลุงเดินออกมาบอกให้ไปยิงที่อื่นหลานร้อง ตนก็บอกว่าถ้าไม่หยุดจะไปแจ้งความ เท่านั้นเพื่อนหลานที่มีปืนในมือก็เดินเข้ามาเอาปืนจ่อกลางหน้าผากแล้วลงมาที่กลางหน้าอกอีก พร้อมกับพูดว่าถ้าไปแจ้งความจะยิงให้ตาย ทำให้แม่กลัวมาก แต่ก็มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

น.ส.จุฑามาศเผยว่า ตอนเย็นหลังจากแม่กับตนให้ปากคำเสร็จสิ้น ตนให้แม่กลับบ้านกับน้องสาวที่เลิกงานพอดี พอตอนหัวค่ำก็ปรากฏว่ามีคนร้ายมายิงแม่กับน้องเสียชีวิตในบ้าน และยังมีหลานวัย 2 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของน้องสาวถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวในห้องไอซียู ทั้งนี้ หากจะถามว่าสงสัยใครคงหนีไม่พ้น 2 คนข้างต้น เพราะที่บ้านไม่เคยมีเรื่อง หรือมีปัญหาใดๆ กับใครมาก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางโทรัด เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 11.10 น. วันที่ 17 สิงหาคม นางบุปผาได้มาที่ สภ.บางโทรัด และแจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม มีชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนยิงและข่มขู่ บริเวณริมทางรถไฟ ณ บ้านไม่มีเลขที่ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายเกียร์ และ นายปาล์ม ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน