หน้าแรก ภูมิภาค ส.ส.เพื่อไทยล...

ส.ส.เพื่อไทยลงพื้นที่ตรวจ น้ำมูลสีดำ ทำน้ำประปาไม่ได้ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ไร้หน่วยงานเข้าไปดูแล

19.08.24 | 09:40 น.

คืบหน้าโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำมูลดำสนิทที่โคราชทำชาวบ้านเดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ถึง10 หมู่บ้าน ล่าสุด ส.ส.เพื่อไทยจี้ผู้ว่าฯและอุตสาหกรรมจว.จัดการขั้นเด็ดขาด

นครราชสีมา – เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม นายอภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 10 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายวีระชาติ จิตรพิทักษ์เลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งอรุณ พร้อมผู้นำชุมชนในพื้นที่ ลงสำรวจลำน้ำมูลช่วงที่ไหลผ่าน 8 หมู่บ้านของตำบลทุ่งอรุณ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า น้ำภายในลำนำมูลมีสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็น จนไม่มีใครกล้าที่จะนำมาอุปโภค บริโภค รวมถึงเพื่อใช้ในการเกษตรได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.67 ที่ผ่านมา แต่มาถึงจุดรุนแรงที่สุดจนไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ในวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยจากการลงพื้นที่พบว่า น้ำภายในลำน้ำมูลตั้งแต่บ้านใหม่ริมมูล หมู่ 14 ต.ครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องผ่าน 8 หมู่บ้านของตำบลทุ่งอรุณ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งประกอบไปด้วย บ้านโกรกน้ำใส หมู่ 2 บ้านหนองปรึกหมู่ 4 บ้านสะแกกรอง หมู่ 5 บ้านโค้งกระโดน หมู่ 6 บ้านทุ่งอรุณ หมู่ 8 บ้านโนนปอแดง หมู่ 9 บ้านหนองทองคำ หมู่ 10 และบ้านใหม่หัวสะพาน หมู่ 16 ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร เกิดมีน้ำเสียสีดำสนิทคล้ายกับน้ำมันดิบ กลิ่นเหม็นคลุ้งกระจายอยู่เต็มลำน้ำ

บรรดาปลาเล็กปลาน้อยต่างกำลังลอยหายใจอยู่บนผิวน้ำเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะบ้านโค้งกระโดน หมู่ 6 และบ้านใหม่หัวสะพาน หมู่ 16 ซึ่งต้องใช้น้ำภายในลำน้ำมูลแห่งนี้ผลิตประปาส่งจ่ายให้ชาวบ้านเกือบ 300 หลังคาเรือน ไม่สามารถนำน้ำมาเข้าสู่กระบวนการผลิตประปาได้ รวมไปถึงพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรทั่วพื้นที่ที่อยู่ติดกับลำน้ำแห่งนี้ก็ไม่มีใครกล้าที่จะสูบน้ำขึ้นมาใช้เลี้ยงผลผลิตทางการเกษตรเพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบทำให้เกิดปัญหาได้ โดยเฉพาะข้าวนาปีของเกษตรกรที่กำลังต้องการน้ำในช่วงนี้มากเป็นพิเศษ

Advertisement

จากการสอบถาม นายพร้อม ช้อนกระโทก อายุ 65 ปี ชาวบ้านโค้งกระโดน ที่อาศัยอยู่ติดกับลำน้ำมูล บอกว่าเหตุการณ์น้ำมีสีและกลิ่นผิดปกติ เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 67 ที่ผ่านมา และหายไปช่วงหนึ่งก่อนจะมาเริ่มเกิดปัญหาใหม่และหนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อวันที่ 16 ส.ค. จนมารุนแรงที่สุดคือสีน้ำดำสนิท ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งทั่วบริเวณจนแทบทนไม่ได้ หมู่บ้านก็ไม่สามารถดึงน้ำขึ้นมาใช้ทำการประปาได้ ชาวบ้านก็จะเป็นที่จะต้องใช้น้ำที่เก็บเอาไว้เองไปก่อนในเบื้องต้น

ก่อนที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งอรุณ จะนำรถบรรทุกน้ำของ อบต.เอง รวมถึงประสานจากทางโรงงานใกล้เคียง นำน้ำจากแหล่งอื่นมาเติมในถังประปา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อนในเบื้องต้น แต่ภาคการเกษตรโดยเฉพาะข้าวนาปีที่ต้องนี้กำลังต้องการน้ำอย่างมาก ไม่สามารถใช้น้ำจากลำน้ำแห่งนี้ได้เลย เพราะชาวบ้านเกรงว่าผลผลิตที่กำลังเจริญงอกงามจะเสียหายได้ เพราะไม่รู้ว่าในน้ำนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าปัญหาน้ำเสียนี้น่าจะเกิดจากโรงงานที่อยู่ด้านบน ปล่อยน้ำเสียลงมา จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาแก้ไขปัญหานี้เป็นการเร่งด่วนด้วย

ทางด้านนายอภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 10 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ลำน้ำมูลถือเป็นหัวใจของพี่น้องชาวอำเภอครบุรี และอำเภอโชคชัย ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตรและการดำรงชีวิตประจำวันมาตลอดหลายช่วงอายุคน แต่เมื่อมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาก่อสร้างในพื้นที่ก็เริ่มมีปัญหา ในเรื่องของมลภาวะต่างๆ เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำเสียนั้น เกิดขึ้นบ่อยครั้งเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโรงงานที่มาก่อสร้างติดกับลำน้ำมูลปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำน้ำ และบริเวณนี้เริ่มเกิดปัญหาขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.67 และรุนแรงขึ้นจนพี่น้องประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ ตอนนี้ไม่สามารถใช้น้ำอุปโภคบริโภค ไม่สามารถใช้ได้เลย กระทบต่อการดำเนินชีวิตของชาวบ้านโดยตรง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน รวมถึงโรงงานที่เป็นต้นเหตุเองก็ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและจริงใจ

นายอภิชากล่าวว่า ส่วนตัวแล้วตัวเองต่อสู้กับปัญหาโรงงานติดลำน้ำปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำธรรมชาติมาโดยตลอดแต่ก็ยังไม่เห็นการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังจากทางภาครัฐ รวมถึงโรงงานเองก็ไม่มีความรับผิดชอบ จึงอยากเรียกร้องไปยังทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นพ่อบ้านพ่อเมือง ได้เรียกหน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ใครทำผิดก็ควรมีบทลงโทษที่จริงจัง ไม่ใช่ว่าปล่อยเรื่องราวยืดเยื้อชักช้าร่ำไร กว่าจะมีบทลงโทษอีกนาน และไม่รู้ว่าลงโทษจริงไม่จริง เพราะหลังข่าวซาเรื่องก็เงียบหายตลอด อย่างกรณีนี้ได้ทราบว่ามีการสั่งการให้ทางหน่วยงานรับผิดชอบทั้งอุตสาหกรรมจังหวัดและสำนักงานสิ่งแวดล้อมพื้นที่ ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว รวมถึงรู้ตัวโรงงานที่กระทำความผิดแล้ว มีการรับผิดจริง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร จะเหมือนที่ผ่านมาอีกหรือไม่ ดังนั้นจึงอยากให้จริงจังในเรื่องนี้ด้วย

ทั้งนี้กรณีปัญหาน้ำเสียสีดำสนิทคล้ายน้ำมันดิบและมีกลิ่นเหม็นนั้น เริ่มเกิดขึ้นรุนแรงตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ส.ค.67 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้มีชาวบ้านร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน จนทางเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) และกรมเจ้าท่า ร่วมลงตรวจสอบ ร่วมกับทางอำเภอครบุรีและอำเภอโชคชัย พร้อมกับเรียกตัวแทนโรงงานในพื้นที่มาร่วมชี้แจง

ซึ่งเบื้องต้นมีโรงงานแป้งมันสำปะหลังแห่งหนึ่งในอำเภอครบุรี ยอมรับว่าได้เกิดมีน้ำที่เจือปนขี้เถ้าที่ทางโรงงานได้บดอัดเพื่อใช้ในการปรับปรุงพื้นผิวโรงงานบางส่วนหลุดรอดออกจากโรงงานเนื่องจากผู้รับเหมาที่มาดำเนินการรู้เท่ามาถึงการณ์ ประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบโรงงานดังกล่าว เพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องมีการเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆไปตรวจสอบว่าจะมีความผิดตามระเบียบกฎหมายใดหรือไม่ รวมถึงต้องรอผลตรวจพิสูจน์ตัวอย่างน้ำที่เกิดปัญหาจากทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง

ขณะเดียวกันในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ทางนายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี ได้ประสานไปยังทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน ให้ช่วยระบายน้ำจากเขื่อนมูลบน ลงลำน้ำมูล เพื่อช่วยเจือจางน้ำในช่วงที่เกิดปัญหา เพื่อปรับระบบนิเวศของน้ำภายในลำน้ำมูลให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมาปริมาณน้ำภายในลำน้ำมูลบางช่วงตื้นเขิน ไม่มีการไหลเวียนของน้ำ โดยล่าสุดทางทางเขื่อนได้เริ่มระบายน้ำลงลำน้ำมูลแล้วประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 6 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน