สุดช้ำ สาวเตือนภัย หลังโดนหลอกทำงานแก๊งคอล ระเห็จมาได้ เพราะขู่เผาตึกทำงาน
วันที่ 19 สิงหาคม น.ส.นิด (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ชาว ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องสื่อและอยากจะเตือนประชาชนให้ระวัง อาจจะตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วลอยแพ
น.ส.นิดเล่าว่า เมื่อประมาณวันที่ 25 ก.ค.หรือประมาณเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้มีหญิงสาว ซึ่งเป็นคนในอำเภอโนนดินแดง รู้จักกันดีมาทักบอกว่า อยากมีเงินใช้ไหม ช่วยได้กินอยู่สบาย จะเอากี่หมื่นได้หมด แต่ต้องข้ามไปที่ประเทศเพื่อนบ้านไปแค่ 2-3 วัน

ตอนนั้นยอมรับ กำลังเมา และไม่มีเงิน ประกอบกับคนชวนไปรู้จักกันดีจึงตัดสินใจไปกับเขา นั่งรถไปข้ามฝั่งด้านโรงเกลือ จ.สระแก้ว พอไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) ปรากฏว่า ไปพบกับคนไทยอีกเป็นจำนวนมากอยู่ในตึกเดียวกัน มียามห้ามเข้าออกเข้มงวด และยึดบัตรประชาชน โทรศัพท์เพื่อไม่ให้ติดต่อกับญาติได้
หลังจากนั้นไม่ทราบว่าเขาเปิดบัญชีเราได้อย่างไร คาดว่าน่าจะเปิดทางออนไลน์เพราะมีธนาคารหนึ่งรับเปิดทางออนไลน์ หากบัญชีเราไม่เคลื่อนไหวคือหลอกคนไทยโอนเงินไม่ได้
สิ่งที่เจอคือ เขาเอาเราไปคอยสแกนใบหน้า เพื่อโอนเงินออกจากบัญชี ในนั้นมีคนจีนเป็นผู้บริหาร มีคนไทยอีกเป็นจำนวนมาก ให้นอนรวมกันในห้องแอร์อย่างดี แต่ไม่มีกับข้าว ส่วนใหญ่เป็นแกงส้มมะละกอ ไม่มีเนื้อปลา จะไม่มีอาหารกินต้องไปหาเก็บผักบุ้งตามร่องน้ำมาผัดกินเลี้ยงคนไทยด้วยกัน

ส่วนที่ออกมาได้ เพราะตนโวยวายประจำเกี่ยวกับอาหารการกินและเงินที่อ้างว่าจะได้รับ จึงประกาศจะเผาตึกที่อยู่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เขาน่าจะรำคาญหรือกลัวจะเผาจริงๆ จึงเอาตนมาส่งที่ปากทางโรงเกลือ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
จากนั้นได้เดินมาขอความช่วยเหลือจากคนไทยโทรศัพท์ไปหาญาติให้โอนเงินค่าโดยสารขึ้นรถกลับบ้านที่โดนดินแดง
น.ส.นิดเล่าว่า ตอนนี้แค้นมากกับคนบ้านเดียวกันที่หลอกไปทำแบบนี้ และยังไม่รู้ว่าตนจะโดนคดีวันไหนที่กลายเป็นบัญชีม้าโดยปริยาย จึงอยากจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจชุดเก่งๆ ในเมืองไทยช่วยจัดการแก๊งคนไทยที่หลอกคนไทยด้วยกันไปทำแบบนี้ เพราะแก๊งนี้มีเป็นจำนวนมากที่หลอกชาวบ้านไป
ไม่เว้นคนแก่ที่จำเป็นต้องอยู่ต่อและหลายคนกลายเป็นเต็มใจเพราะหนีไม่ออกเขาหยิบยื่นเงินให้บ้างก็ยังดีกว่าอยู่เมืองไทยเพราะแก่แล้ว เนื่องจากงานที่ได้รับมอบหมายเป็นเพียงแค่คอยสแกนใบหน้าเท่านั้น

