รปภ. เมากร่างทำร้าย ตา72 บาดเจ็บแขนหัก เหตุรถเฉี่ยวกัน แถมทำร้ายพลเมืองดี ที่เข้ามาช่วยบาดเจ็บ ตร.ดำเนินคดีข้อหาหนัก
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายทรรศนพัศ (สงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี อดีตช่างกรมอู่ทหารเรือ ว่า ถูกชายหนุ่มคู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์มาเฉี่ยวชนกับรถเก๋ง แล้วอาละวาดไล่ทำร้ายร่างกาย จนตนซึ่งอายุมากแล้ว ล้มแขนหัก และใช้มีดพกตรงเข้ามาจะทำร้ายซ้ำอีก แต่โชคดีมีพลเมืองดีผ่านมาพบ จึงให้ความช่วยเหลือ
นายทรรศนพัศกล่าวว่า คู่กรณีหนุ่มอ้างตัวเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ศาลแขวงนนทบุรี จึงเกรงว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเหตุเกิดที่ด้านหลังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนติวานนท์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอที่พลเมืองดีถ่ายบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 18.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน และมีเหตุทำร้ายร่างกายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายทรรศนพัศ อายุ 72 ปี แขนซ้ายหัก นำตัวส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และนายประวิทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี บาดเจ็บตาซ้าย
นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา ได้รับความเสียหายที่กันชนซ้ายและไฟหน้าซ้ายแตก
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้ต้องหาคือ นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี อ้างตัวเป็น รปภ.ศาลแขวงนนทบุรี อยู่ในอาการมึนเมา พบของกลางเป็นอาวุธมีดสั้น ยาวประมาณ 4 นิ้ว จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 147 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายทรรศนพัศ ผู้บาดเจ็บ เผยว่า สาเหตุที่ตนถูกทำร้ายจนแขนหัก มาจากรถจักรยานยนต์ที่ขี่มาด้วยความเร็วแล้วมาเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของตนขณะที่กำลังขับออกจากปั๊มน้ำมันด้านหลังเพื่อกลับบ้าน

เมื่อตนขับออกมาได้ประมาณครึ่งถนน รถจักรยานยนต์ได้เฉี่ยวชนที่ด้านหน้ารถตนเสียหาย ตนจึงเปิดประตูรถลงไปถามคู่กรณีว่า เป็นอะไรไหม แต่กลับถูกคู่กรณีซึ่งลุกขึ้นมา เข้ามาต่อว่าตนว่าขับรถไม่ดูทางพร้อมกับชักมีดพกออกมา เหมือนจะเข้ามาทำร้ายตน ตนถูกผลักจนล้มไปในป่าหญ้าข้างทาง คู่กรณีก็พยายามจะเข้ามาแทงใส่ตนอีก แม้ในตอนนั้นจะมี รปภ.หมู่บ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยห้ามไว้และดึงตนลุกขึ้น
หลังจากที่ตนลุกขึ้นมา ผู้ก่อเหตุได้พยายามวิ่งเข้าทำร้ายตนอีก และผลักตนล้มลงกับพื้น รปภ.ได้พยายามห้ามปราม จนกระทั่งนายประวิทย์ พลเมืองดีที่มาเห็นเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุจึงหันไปชักมีดจี้ใส่นายประวิทย์ ก่อนที่นายประวิทย์จะจอดรถจักรยานยนต์ตั้งหลักได้
นายทรรศนพัศกล่าวอีกว่า หลังเดินทางไปหาหมอพบว่ากระดูกแขนซ้ายของตนหัก หมอได้ใส่เฝือกอ่อนเอาไว้ให้
นายประวิทย์กล่าวว่า เขาอ้างตัวว่าเป็น รปภ.ของศาลแขวงนนทบุรี และกำลังจะไปเข้าเวร แต่มีการดื่มเหล้าจนเมาก่อนไปเข้าเวร หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุเอามีดไปซ่อนที่ร้านล้างรถ ซึ่งแฟนตนเห็นเหตุการณ์อยู่ จึงเรียกให้พนักงานร้านล้างรถนำมีดพกของกลางที่ใช้ก่อเหตุมาส่งคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความ โดยแยกออกเป็นสองคดี คือคดีรถชนและคดีทำร้ายร่างกาย โดยคดีรถชนมีความผิดในเรื่องเมาแล้วขับ เพราะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 147 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินที่กฎหมายกำหนดกับคดีจราจรขับรถประมาทเฉี่ยวชนรถผู้อื่น
ส่วนคดีทำร้ายร่างกายมีผู้เสียหาย 2 คน อยู่ระหว่างรอผลแพทย์เพื่อใช้ประกอบสำนวนดำเนินคดีตามความผิดที่ปรากฏ ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถประมาทและขับรถขณะเมาสุรา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธมีด ทั้งนี้ ทางโรงพักจะดำเนินคดีไปตามความผิดที่ปรากฏโดยไม่เลือกปฏิบัติ
จากการตรวจสอบ พบนายณัฐพงษ์ อายุ 49 ปี ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำศาลแขวงนนทบุรีจริง

