กล้วยน้ำว้าราคาพุ่ง จากหวีละ 10 เป็น 60 แม่ค้ากล้วยทอดโอด ต้นทุนเพิ่มแต่ต้องขายราคาเดิม วอน รบ.ดูแลปากท้อง ปชช.
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่จังหวัดอุทัยธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคากล้วยน้ำว้า ตามร้านขายกล้วยปิ้ง ที่ตั้งขายอยู่ริมถนนตั้งแต่สายหนองฉาง-ทัพทัน ไปจนถึงสายทัพทัน-สว่างอารมณ์ หลังพบว่าช่วงนี้กล้วยน้ำว้าปรับราคาสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จากเดิมราคาต่ำสุดที่หวีละ 10 บาท แต่ปัจจุบันราคาสูงสุดตอนนี้อยู่ที่หวีละ 60 บาท อีกทั้งยังพบว่า มันม่วงก็มีการปรับราคาขึ้นมาด้วยเช่นกัน จากเดิมที่ถุงละ 170 บาท เป็น 230 บาท ส่งผลให้ร้านขายกล้วยปิ้ง มันปิ้ง ทุกร้านต้องแบกรับต้นทุนกันหนัก เนื่องจากยังต้องคงราคาขายและให้ในปริมาณเท่าเดิม เพื่อประคองตัวในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ คนซื้อสินค้ากันน้อยลงทุกวัน
นางมานะ เชื้อเขตรกรรม อายุ 46 ปี ร้านอยู่ข้างมินิบิ๊กซี เยื้องกับ ธ.ก.ส.สาขาทัพทัน ถนนสายทัพทัน-สว่างอารมณ์ ซึ่งเปิดร้านขายกล้วยปิ้ง มันปิ้ง ไข่ปิ้ง มานานกว่า 20 ปี เล่าว่า ช่วงนี้กล้วยน้ำว้าปรับราคาขึ้นสูงมาก จากเดิมที่เคยรับจากสวนมาส่งที่หวีละ 10 บาท ตอนนี้อยู่ที่หวีละ 25-30 บาท สูงสุดถึงหวีละ 45 บาท ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่ที่ผลสดของผลกล้วย ตอนนี้ยังคงต้องขายกล้วยปิ้งราคาเดิมที่ 4-5 ลูก ในราคา 20 บาท ตนเองก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว ซึ่งยังไม่รวมค่าถ่าน ค่าน้ำกะทิอีกด้วย และไม่ใช่แค่กล้วยที่ปรับราคาขึ้น เพราะมันม่วงก็ราคาขึ้นด้วยเช่นกัน จากเดิมเคยซื้อที่ถุงละ 170-180 บาท ตอนนี้ขึ้นมาเป็นถุงละ 230 บาทแล้ว อีกทั้งตอนนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ลูกค้าก็ซื้อน้อยลง ทำให้ต้องพยายามประคองตัวไปได้วันต่อวันเท่านั้น เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นชาวไร่ ชาวนา ซึ่งก็อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลปากท้องรากหญ้า เพราะตอนนี้เดือดร้อนกันมาก

นางปรารมภ์ อำรุง อายุ 43 ปี แม่ค้าขายกล้วยปิ้ง มันปิ้ง ข้าวเหนียวปิ้ง ที่ร้านอยู่ริมถนนสายทัพทัน-หนองฉาง อยู่ในเขตเทศบาลตำบลทัพทัน เล่าให้ฟังเช่นกันว่า ตอนนี้กล้วยน้ำว้าแพงขึ้นมากๆ อย่างหวีที่ตนเองถืออยู่ตอนนี้ขายอยู่ที่หวีละ 45 บาท ซึ่งรับมาที่หวีละ 40 บาทแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยซื้ออยู่ที่หวีละ 20-25 บาท แต่ตอนนี้อยู่ที่หวีละ 35-45 บาทแล้ว ซึ่งหากอยู่หน้าร้านในตลาดราคาก็จะพุ่งไปถึงหวีละ 50-60 บาทเลยทีเดียว แต่ที่ร้านก็ยังคงขายกล้วยปิ้งในราคาที่ 5-6 ใบ 20 บาท เหมือนเดิมเช่นกัน

