ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 20.10 น. กล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สามารถบันทึกภาพคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 35-40 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ผมสั้นหยักศก สวมเสื้อลายพรางทหาร สวมกางเกงขาสั้น สวมร้องเท้าฟองน้ำสีเหลือง ทำทีเดินวนไปวนมาในอาคารผู้ป่วยนอก ก่อนที่จะขึ้นไปขโมยกล่องรับบริจาคเงินของทางโรงพยาบาลสีคิ้ว ที่บริเวณชั้น 2 แล้วนำไปงัดภายในห้องเก็บของที่บริเวณชั้น 3 ในตัวอาคารเดียวกัน ได้เงินไปประมาณ 1 พันบาท ก่อนที่จะเดินออกจากโรงพยาบาล ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 13.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจเอก เฉลิมศักดิ์ สุขสำราญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว ร่วมกับ พันตำรวจโท สิทธิพล ทิมสูงเนิน รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.สีคิ้ว, พันตำรวจโท เสฏฐกรณ์ สมัยจารุวัฒน์ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.สีคิ้ว, พันตำรวจตรี ศุภากร รสชอบ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ปากช่อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงผลการจับผู้ต้องหาคดีขโมยตู้รับบริจาคโรงพยาบาลสีคิ้ว คือ นายปัญญา ปั่นกลาง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/4 หมู่ 2 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยของกลาง เป็นเสื้อผ้าที่ใช้ประกอบเหตุในการขโมยตู้รับบริจาคของทางโรงพยาบาลสีคิ้ว
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำภาพจากกล้องวงจรปิดแจกจ่ายไปยังทุกสถานีตำรวจ เพื่อช่วยในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี อีกทั้งยังได้มีการนำคลิปคนร้ายขณะประกอบเหตุนั้นโพสต์ลงโลกโซเชียล ทำให้มีประชาชนนั้นแจ้งเบาะแสเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากช่องได้ประสานมายังสถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว ว่าพบบุคคลต้องสงสัยมีลักษณะตรงตามภาพจากกล้องวงจรปิด คือนายปัญญา ปั่นกลาง จึงได้มีการสนธิกำลังเข้าจับกุมได้ในบ้านเลขที่ 4/4 หมู่ 2 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ขณะกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านพัก
โดยจากการสอบสวน นายปัญญาให้การรับสารภาพว่า ตนเองนั้นเป็นผู้ที่เข้าไปขโมยเงินในตู้รับบริจาคของโรงพยาบาลสีคิ้วจริง โดยในวันที่เกิดเหตุได้นั่งรถโดยสารมาจากอำเภอปากช่อง เพื่อนำไก่ชนมาให้เพื่อนที่อำเภอสีคิ้ว และหลังจากนั้นก็ได้นั่งดื่มสุรากับเพื่อนจนเกิดอาหารมึนเมา และไม่เงินเหลือติดตัวพอจะเป็นค่ารถกลับบ้านที่อำเภอปากช่องได้ จึงเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อที่จะขโมยเงินในตู้รับบริจาคของโรงพยาบาล จนกระทั่งเห็นตู้รับบริจาควางไว้ที่บริเวณชั้น 2 และไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่จึงตัดสินใจขโมยตู้รับบริจาคขึ้นไปยังชั้น 3 ของอาคาร ก่อนที่จะใช้เหล็กงัดตู้บริจาคได้เงินไปจำนวน 780 บาท แล้วก็เดินออกมานั่งดื่มสุราอยู่ที่ด้านหน้าโรงพยาบาลก่อนที่จะนั่งรถไปกลับบ้านที่อำเภอปากช่อง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว
แต่ในระหว่างที่ทำการสอบสวน นายปัญญาได้แสดงอาการไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนั้นนำภาพจากกล้องวงจรปิดนำไปโพสต์ในโลกโซเชียล เนื่องจากทำให้ได้รับความอับอายและเสียศักดิ์ศรี แต่ก็ยอมรับว่าการที่เข้าไปขโมยตู้รับบริจาคนั้นไม่ได้อับอายอะไร และยอมรับผิดทุกอย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีลักทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืน

