เจ้าของร้านอาบน้ำสัตว์รับเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ ยอมชดใช้ 50,000 บาท หลังน้องแมว ซากิ เสียชีวิต
จากกรณีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.โชติกา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี เจ้าของ “น้องซากิ” แมวสายพันธุ์บริติช ช็อตแฮร์ เพศเมีย อายุ 10 เดือน ว่าได้พาน้องแมวไปอาบน้ำที่ร้านแห่งหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี หลังจากรับน้องแมวกลับบ้าน ปรากฏว่าน้องแมวมีอาการผิดปกติและเสียชีวิต โดยแพทย์ระบุว่าสาเหตุเกิดจากน้ำท่วมปอด ซึ่งตนทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียน้องแมวไป และอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากทางร้านปัดความรับผิดชอบ บอกไม่เกี่ยวข้องกับการอาบน้ำ
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 20 สิงหาคม นายโชติอนันต์ เลิศฤทธิ์ภูวดล หรือ “เสี่ยเป้ บางกรวย” พร้อมด้วย น.ส.โชติกา (ขอสงวนนามสกุล) แฟนสาว ได้รับการติดต่อจากนายเอ (นามสมมุติ) เจ้าของร้านอาบน้ำ-ตัดขนสัตว์ เพื่อพูดคุยและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย กรณีที่ทางร้านได้อาบน้ำน้องซากิ และทำให้น้องแมวเสียชีวิตหลังอาบน้ำ โดยตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้กับ น.ส.โชติกา จำนวน 50,000 บาท

นายเอ (นามสมมุติ) เจ้าของร้านอาบน้ำ-ตัดขนสัตว์ กล่าวว่า ยินดีชดใช้ในการสูญเสีย จำนวน 50,000 บาท โดยการผ่อนจ่ายเดือนละ 10,000 บาท ทางผู้เสียหายก็ยินดีรับไว้ ซึ่งตนเปิดร้านได้ 2 ปี แต่ทำงานตรงนี้มานานเกือบ 10 ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีปัญหา บอกไม่ได้ว่ารู้สึกยังไง แต่คิดว่ามากกว่าเสียใจ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับแมวทุกตัว หลังจากนี้ถ้าสิ่งไหนที่ผิดพลาดก็พร้อมที่จะปรับปรุง รวมถึงติดกล้องวงจรปิด ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียแบบนี้อีก วันนี้เห็นคู่กรณีไม่ร้องไห้แล้วก็รู้สึกดีใจขึ้น แต่ลึกๆ เขาคงเสียใจอยู่ คิดว่าเคสนี้คงเป็นเคสตัวอย่างสำหรับตัวเอง และการตกใจของน้องแมวจนทำให้เกิดการสูญเสียแบบนี้

น.ส.โชติกากล่าวว่า วันนี้หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับเจ้าของร้านอาบน้ำ-ตัดขนสัตว์ เขาได้ขอโทษและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ จำนวน 50,000 บาท โดยได้ขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน ซึ่งวันนี้เห็นว่าทางคู่กรณีรู้สึกผิดมากกว่าวันแรกๆ ที่ได้พูดคุย คิดว่าคงไปทบทวนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความประมาทของเขาเอง ซึ่งตนคิดถึงน้องซากิมาก เพราะอยู่ด้วยกันตลอดและเมื่อไม่มีเขาแล้วก็รู้สึกเสียใจ มันคือความผูกพัน แต่คงไม่หาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงเพิ่มอีกแล้วเพราะตอนนี้สภาพจิตใจยังไม่พร้อม
เสี่ยเป้ บางกรวย กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรก ตนเป็นคนเข้าไปเจรจาที่ร้านแต่คู่กรณียังไม่รู้ว่าตัวเองประมาทหรือผิดพลาดยังไง เคสนี้ต้องบอกว่าน้องซากิได้มีการตรวจร่างกายทุกอย่างแล้ว ซึ่งผลตรวจออกมามันชัดเจนว่าน้องไม่ได้เสียชีวิตเพราะมีโรคประจำตัว จึงเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งทางร้านไม่ยอมรับความผิด จึงได้แย้งไปว่าผลการตรวจร่างกายของน้องออกมาแล้วว่าสุขภาพแข็งแรงดี หลังจากนั้นจนถึงวันนี้เจ้าของร้านคงได้ทบทวนและสำนึก พร้อมยอมรับในข้อผิดพลาด ทางตนและแฟนจึงยอมให้โอกาส ขอให้สำนึกผิดจริง ส่วนเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย จริงๆ เราไม่ได้อยากได้เงิน แต่อยากให้เป็นบทเรียนราคาแพงจะได้ไม่ประมาทแบบนี้อีก


