ผู้การประจวบฯ ประชุมด่วน เร่งคลี่คลายคดี ‘จ่าพั้นช์’ ถูก กก.ตร.ยิงดับคาผับ ‘กัน จอมพลัง’ จ่อลุยหัวหินพรุ่งนี้
วันที่ 21 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายจักรกฤษ หรือ เซ็น อายุ 34 ปี อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.หัวหิน ผู้ต้องหาในคดียิง จ่าสิบเอกโรจนภณ หรือ จ่าพั้นช์ อายุ 31 ปี นายสิบการข่าว สังกัดกรมนักเรียนทหาร โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี อดีตครูฝึก หน่วยรบพิเศษ เสียชีวิตในผับซอยหัวหิน 80 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย
โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเป็นการก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ใช้อาวุธปืนขนาด 9มม. จ่อยิงทหารเสียชีวิตภายในผับ โดยเกิดข้อสงสัยว่านำอาวุธปืนเข้าไปในผับได้อย่างไร อีกทั้งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตและยังลักลอบเปิดให้บริการจนถึงเวลาประมาณ 05:00 น. มานานหลายเดือน

กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 19 สิงหาคม ศาลจังหวัดหัวหินพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัว นายเซ็น เป็นการชั่วคราว โดยวางหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า 500,000 บาท ซึ่งการได้รับการประกันตัว กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างหนักอีกครั้ง เมื่อภรรยาจ่าพั้นช์ โพสต์ข้อความร้องขอความเป็นธรรม จากความสูญเสียที่เกิดขึ้น แม้คัดค้านการประกันตัวแล้วแต่ผู้ต้องหามีทนายความให้ความช่วยเหลือ 4 ราย และสุดท้ายก็ได้รับการประกันตัว
ต่อมา กัน จอมพลัง ได้ประกาศให้ความช่วยเหลือครอบครัวจ่าพั้นช์ พร้อมกับประสานกองทัพบก เพื่อจัดหานายทหารพระธรรมนูญ เข้าให้ความช่วยเหลือในทางคดี และดูแลเรื่องความปลอดภัย พร้อมระบุว่า ตนเองพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และสำหรับคดีนี้นายทหารชั้นผู้น้อยต้องไม่ตายฟรี ทั้งนี้ กัน จอมพลัง เตรียมลงพื้นที่ อ.หัวหิน ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เพื่อติดตามคดีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่ สภ.หัวหิน พล.ต.ต.จำลอง งามเนตร ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดียิงจ่าพั้นช์ นำโดย พ.ต.อ.กิตติภพ ชมภูนุช รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน รักษาราชการแทน ผกก.สภ.หัวหิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี พร้อมทั้งเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ฯ เร่งสืบสวนสอบสวน ให้ครบถ้วนและรัดกุม เนื่องจากผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค7 ได้มอบนโยบายและกำชับให้เร่งรัดดำเนินคดีโดยเร็ว ประกอบกับเป็นคดีอุกฉกรรจ์และอยู่ในความสนใจของประชาชน
โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสรุปความคืบหน้าในคดี พล.ต.ต.จำลอง งามเนตร ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวกับสื่อมวลชนสั้นๆ ว่า ยังไม่ขอตอบคำถามใดๆ เนื่องจากเป็นความลับในทางคดี ส่วนกรณีเรื่อง สถานบันเทิงที่ปิดไม่ตรงเวลานั้น จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อสอบสวนเรื่องนี้ ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร และจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป


