ชาวนาร้องทุกข์ ข้าวยืนต้นตายจากสารเคมี เจ้าของไร่อ้อยยอมจ่ายชดเชย 6 พัน แต่กลับเปลี่ยนใจขอจ่ายแค่ครึ่งเดียว
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรีได้รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวนาหมู่ที่ 6 ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ว่า ตนพร้อมเพื่อนจำนวน 4 รายได้รับผลกระทบจากสารเคมีไร่อ้อยที่อยู่ติดกัน ฉีดยาฆ่าหญ้า เมื่อฝนตกหนัก น้ำไหลลงนาข้าว ทำให้ต้นข้าวแห้งและยืนต้นตาย

นางมันทนา ทองประสงค์ ชาวนา กล่าวว่า ตนมีที่นาอยู่จำนวน 2 ไร่ เก็บข้าวในครัวเรือนทุกปี ปีนี้เมื่อเร็วๆ นี้ปรากฏว่าต้นข้าวที่เขียวขจียืนต้น ใบแห้งตาย จึงใช้เครื่องตัดหญ้าตัดให้แตกใหม่ เพราะคิดว่าเพลี้ยลงนาข้าว แต่พอตัดตอข้าวที่อยู่ในนา ต้นข้าวยืนต้นตายไปครึ่งหนึ่ง สอบถามเพื่อนบ้านที่ทำนาด้วยกันบอกว่าเห็นเจ้าของไร่อ้อยที่อยู่ด้านเหนือซึ่งอยู่ติดกันฉีดยาฆ่าหญ้าในไร่อ้อยโดยใช้เครื่องพ่นยาแรงดันสูง วันต่อมาเกิดฝนตกหนักน้ำจากไร่อ้อยไหลลงมาสู่นาข้าว ทำให้ต้นข้าวใบแห้งและยืนต้นตาย คาดว่าน่าจะเกิดจากสารเคมีที่ใช้ฉีดยาฆ่าหญ้าในไร่อ้อย

ต่อมาเจ้าของไร่อ้อยได้พูดคุยกับตนและพวกรวม 4 คน โดยบอกว่าจะช่วยเหลือค่าเสียหายซึ่งจะคิดเฉลี่ยเป็นสัดส่วนตามจริง โดยในส่วนของตน เจ้าของไร่อ้อยจะให้ค่าเสียหาย 6,000 บาท ของเพื่อนบ้านที่เสียหายหนักประมาณ 4 ไร่ จะให้ค่าเสียหาย 40,000 บาท และที่เหลือเสียหายบางส่วนประมาณครึ่งไร่จะให้ค่าเสียหาย 3,000 บาท โดยตกลงกันจะจ่ายค่าเสียให้ในวันที่ 25 สิงหาคม ต่อมาเจ้าของไร่อ้อยได้ไลน์มาบอกว่าตามที่ตกลงกันไว้จะจ่าย 6,000 บาทนั้น ขอต่อรอง จะจ่ายให้แค่ 3,000 บาท

ตนไม่ยอมเพราะตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกโดยทางเจ้าของไร่อ้อยเสนอให้เอง ตนพร้อมญาติก็รับได้ พอรุ่งขึ้นอีกวันกลับไลน์มาขอจ่ายแค่ 3,000 บาท อ้างว่า 6,000 บาทมากไป ตนก็ยังคิดว่าที่เรียกร้อง 6,000 บาทนั้นถือว่าช่วยเหลือกันไป เพราะอยู่ใกล้ชิดติดกัน ซึ่ง 6,000 บาทนั้น ถ้าคิดจริงๆ แล้วค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าไถหว่านก็มากกว่า 6,000 บาทอยู่แล้ว จึงได้มาร้องทุกข์ผ่านสื่อ อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ปรึกษากันว่าหากไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่อยากให้เจ้าของไร่อ้อยช่วยเหลือตามความเป็นจริงที่ตกลงกันไว้


