ปภ.ประสาน 43 จว.เหนือ อีสาน กลางและใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม รวมถึงน้ำล้นอ่างเก็บน้ำและน้ำล้นตลิ่งช่วง 24-30 ส.ค.
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าร่องมรสุมได้พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคใต้ โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 24 – 30 สิงหาคม ดังนี้
พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ได้แก่ ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน (อ.เมือง อ.ปางมะผ้า อ.ปาย อ.ขุนยวม อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง อ.สบเมย), จ.เชียงใหม่ (อ.แม่อาย อ.เชียงดาว), จ.เชียงราย (อ.เมือง อ.แม่สาย อ.เชียงแสน อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาล อ.พญาเม็งราย อ.เวียงชัย อ.เทิง อ.แม่ลาว), จ.ลำปาง (อ.วังเหนือ อ.งาว), จ.พะเยา (อ.เมือง อ.แม่ใจ อ.ภูซาง อ.ปง อ.เชียงคำ อ.จุน อ.เชียงม่วน), จ.แพร่ (อ.เมือง อ.เด่นชัย อ.สอง อ.ลอง อ.วังชิ้น), จ.น่าน (อ.เมือง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.เวียงสา อ.ทุ่งช้าง อ.เชียงกลาง อ.บ่อเกลือ อ.สองแคว อ.ภูเพียง), จ.อุตรดิตถ์ (อ.เมือง อ.ลับแล อ.พิชัย ทองแสนขัน อ.ท่าปลา), จ.ตาก (อ.เมือง อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด อ.แม่สอด อ.พบพระ อ.อุ้มผาง), จ.สุโขทัย (อ.เมือง อ.ศรีสัชนาลัย อ.ทุ่งเสลี่ยม อ.ศรีสำโรง อ.กงไกรลาศ), จ.พิษณุโลก (อ.ชาติตระการ อ.นครไทย อ.วังทอง อ.เนินมะปราง) และจ.เพชรบูรณ์
(อ.เมือง อ.หล่มเก่า อ.หล่มสัก)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย (อ.นาแห้ว อ.เชียงคาน อ.ด่านซ้าย อ.ปากชม), จ.หนองคาย (อ.เมือง อ.สังคม อ.ศรีเชียงใหม่ อ.ท่าบ่อ อ.โพนพิสัย อ.โพธิ์ตาก), จ.บึงกาฬ (อ.เมือง อ.ปากคาด อ.บุ่งคล้า อ.โซ่พิสัย อ.เซกา อ.บึงโขงหลง), จ.หนองบัวลำภู (อ.เมือง อ.ศรีบุญเรือง อ.โนนสัง), จ.อุดรธานี (อ.เพ็ญ อ.บ้านดุง อ.หนองหาน), จ.สกลนคร (อ.เมือง อ.บ้านม่วง อ.คำตากล้า อ.วานรนิวาส อ.สว่างแดนดิน อ.พรรณานิคม) และจ.นครพนม (อ.เมือง อ.บ้านแพง อ.ศรีสงคราม อ.ท่าอุเทน อ.นาหว้า อ.โพนสวรรค์ อ.ปลาปาก อ.ธาตุพนม)
ภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี (อ.เมือง อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ไทรโยค อ.ด่านมะขามเตี้ย), จ.ราชบุรี (อ.สวนผึ้ง อ.บ้านคา), จ.นครนายก (อ.เมือง อ.ปากพลี อ.บ้านนา), จ.ปราจีนบุรี (อ.เมือง อ.ประจันตคาม อ.นาดี อ.กบินทร์บุรี), จ.จันทบุรี (อ.เมือง อ.มะขาม อ.ขลุง อ.แหลมสิงห์), จ.ตราด (อ.เมือง อ.บ่อไร่ อ.เขาสมิง อ.แหลมงอบ อ.คลองใหญ่ อ.เกาะกูด), จ.เพชรบุรี (อ.แก่งกระจาน อ.หนองหญ้าปล้อง) และจ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.บางสะพาน)
ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี (อ.เมือง อ.คีรีรัฐนิคม อ.พุนพิน อ.พระแสง อ.เวียงสระ), จ.นครศรีธรรมราช (อ.เมือง อ.ลานสกา อ.ถ้ำพรรณรา อ.ทุ่งใหญ่), จ.พัทลุง (อ.เมือง อ.ปากพะยูน อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ อ.ควนขนุน), จ.ระนอง (อ.เมือง อ.กระบุรี อ.ละอุ่น อ.กะเปอร์ อ.สุขสำราญ), จ.พังงา (อ.เมือง อ.คุระบุรี อ.ตะกั่วป่า อ.กะปง อ.ท้ายเหมือง), จ.ภูเก็ต (ทุกอำเภอ), จ.ตรัง (อ.เมือง อ.ปะเหลียน อ.นาโยง อ.กันตัง อ.ห้วยยอด อ.รัษฎา อ.วังวิเศษ) และจ.สตูล (อ.เมือง อ.ควนโดน อ.ควนกาหลง อ.ทุ่งหว้า อ.มะนัง)
พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี เลย บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม นครพนม มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด สุราษฎร์ธานี และอ่างเก็บน้ำที่มีสถิติปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากกว่าความจุเก็บกักที่มีความเสี่ยงน้ำล้นอ่างฯ และส่งผลกระทบให้น้ำท่วมบริเวณด้านท้ายน้ำ
พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของลำน้ำงาว (จ.เชียงราย อ.เวียงแก่น) แม่น้ำสาย (จ.เชียงราย อ.แม่สาย) แม่น้ำอิง (จ.เชียงราย อ.เทิง) แม่น้ำน่าน (จ.น่าน อ.เมือง อ.เวียงสา อ.เชียงกลาง อ.ภูเพียง อ.ท่าวังผา) แม่น้ำยม (จ.พะเยา อ.ปง อ.เชียงม่วน, จ.แพร่ อ.เมือง อ.สอง อ.หนองม่วงไข่, จ.สุโขทัย อ.เมือง อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.ศรีสัชนาลัย อ.กงโกรลาศ, จ.พิษณุโลก อ.เมือง อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ) แม่น้ำแควน้อย (จ.พิษณุโลก อ.นครไทย อ.วัดโบสถ์) แม่น้ำป่าสัก (จ.เพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก อ.หนองไผ่) ลำน้ำก่ำ (จ.นครพนม อ.เรณูนคร) และแม่น้ำตราด (จ.ตราด อ.เมือง อ.เขาสมิง อ.บ่อไร่)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 43 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในเวลา 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน รวมถึงให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ขึ้น นอกจากนี้ให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามรายงานคาดการณ์สาธารณภัยและประกาศแจ้งเตือนภัยในระดับพื้นที่ได้ทางเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM แอพพลิเคชัน Thai Disaster Alert โดยดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และหากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยดังกล่าว สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

