หน้าแรก ภูมิภาค น่านวิกฤต น้ำ...

น่านวิกฤต น้ำทะลักพนังกั้นรอบเมือง ท่วมบ้านถึงชั้น 2 เข้าพื้นที่เศรษฐกิจแล้ว 

22.08.24 | 17:30 น.

น่านวิกฤต น้ำทะลักพนังกั้นรอบเมือง ท่วมบ้านถึงชั้น 2 เข้าพื้นที่เศรษฐกิจแล้ว 

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ จ.น่าน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่น่านยังน่าเป็นห่วง หนักสุดยังอยู่ที่อำเภอท่าวังผา บ้านเรือนนับพันจมอยู่ในน้ำ บางจุดน้ำท่วมถึง 3 เมตร บ้านชั้นเดียวมิดหลังคา ส่วนบ้านสองชั้นน้ำท่วมถึงชั้น 2 แล้ว หลายครอบครัวเดือดร้อนหนัก ขณะที่มวลน้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจเมืองน่านแล้ว

บ้านเรือนนับพันหลังในอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่านยังจมอยู่ใต้น้ำ หลังน้ำจากแม่น้ำน่านเอ่อล้น หลากเข้าท่วมมาตั้งแต่เย็นวานนี้ โดยเฉพาะที่บ้านดอนตันและบ้านสบหนอง ต.ศรีภูมิ และบ้านหนองบัว ต.ป่าคา น้ำยังท่วมสูงกว่า 3 เมตร มานานเกือบ 30 ชั่วโมงแล้ว เรียกว่าบ้านชั้นเดียวท่วมมิดหลังคา อย่างบ้านของผู้หญิงรายหนึ่ง ซึ่งขนของหนีน้ำได้บางส่วนเท่านั้น ตัดสินใจนำฟูกที่นอนมาผูกติดกับไม้โรงเก็บของ เป็นที่นอนลอยน้ำ อาศัยนอนกัน 3 คนพ่อแม่ลูก มาตั้งแต่เมื่อคืนนี้เพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน หลังจากเคยถูกน้ำท่วมเมื่อปี 2554 แล้วออกไปอยู่ข้างนอก ปรากฏว่าเมื่อน้ำลด กลับมาข้าวของเครื่องใช้หายเกลี้ยง

Advertisement

หรืออย่างร้านมินิมาร์ท ที่บ้านดอนตัน ถูกน้ำท่วมสินค้าและทรัพย์สินทั้งหมด เพราะขนของไม่ทัน รถจักรยานยนต์ที่มาจอดรวมกันไว้ 9 คันจมน้ำทั้งหมด ขณะที่บ้าน 2 ชั้นบางหลัง น้ำก็ท่วมสูงขึ้นถึงชั้น 2 แล้ว เจ้าของต้องยอมทนปล่อยของจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งหลายครอบครัวขออยู่เฝ้าบ้านเนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สิน ชาวบ้านต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งนำเรือขนข้าวและน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้าน และส่งทีมแพทย์ พยาบาล นำยาเข้าส่งรักษาผู้ป่วย หลายรายได้รับบาดเจ็บระหว่างขนข้าวของหนีน้ำ

โดยพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงอยู่ที่เขตเทศบาลเมืองน่าน หลังมวลน้ำขนาดใหญ่จากอำเภอสายเหนือไหลลงสู่เขตเมืองน่าน และล้นทะลักข้ามพนังกั้นน้ำรอบเมือง ไหลเข้าสู่เขตเศรษฐกิจ ตลาด ร้านค้า ระดับน้ำสูง กว่า 1 เมตร

ด้านนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดเผยว่า วันนี้ระดับน้ำสูง 8.67 เมตร เกินกว่าพนังป้องกันน้ำท่วมไปแล้วที่สามารถรับได้ที่ระดับ 8.50 เมตร ทำให้น้ำล้นทะลักข้ามคันตลอดแนว ทำได้เพียงการสูบน้ำเพื่อประคองสถานการณ์เพื่อให้ประชาชนสามารถเก็บของหนีน้ำได้ทันและเตรียมความพร้อมในเรื่องของใช้จำเป็น พร้อมกับแจ้งประชาชนขอให้ชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็ม และใช้เมื่อยามจำเป็น

สำหรับกลุ่มเปราะบางเมื่อกระแสไฟฟ้าถูกตัดและดับ และมีความจำเป็นต้องใช้ถังออกซิเจน จำเป็นต้องเอากลุ่มเปราะบางนำไปไว้ในสถานที่ปลอดภัยก่อน ในกรณียามค่ำมืดและน้ำลึก เชี่ยวกราก การนำเรือเข้าไปส่งน้ำและอาหารเป็นเรื่องทำได้ยาก ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อม อย่างไรก็ตาม ทุกจุดมีความเสี่ยง ต้องเก็บของอย่างแน่นอน เพราะไม่สามารถควบคุมน้ำจากคันป้องกันน้ำท่วมได้ ซึ่งมีระยะทาง 9 กิโลเมตรตลอดแนว ขอให้ชุมชนช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด