ไกล่เกลี่ยรอบ 3 ยังล้มเหลว คดีรถลาวฝ่าไฟแดงชนสาวไทยตายทั้งกลม คนขับรถชาวลาว วัย 50 เจอหน้าครอบครัวผู้เสียหายครั้งแรกยอมยกมือไหว้ขอโทษ เสนอจ่ายเงินสด 1 แสน ที่เหลือยังไม่ชัดเจน ญาติติดใจ ยอมเสนอให้ชดใช้ 3 ล้านบาท แลกกับชีวิตลูกหลาน ยืนยันไม่คุ้มค่า แต่จำยอม หากไม่ได้ตามนี้ไม่เอา ตาสุดสะเทือนใจหลายชาย 7 ขวบ ถามหาแม่ไปไหน กอดภาพแม่นอนทุกวัน
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ สภ.เมืองนครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีรถยนต์ลาวฝ่าไฟแดงชนรถเก๋งคนไทย ทำใผู้ช่วยพยาบาลตายทั้งกลม โดยวันนี้ นางบุญเฮง อายุ 50 ปี พนักงานสถาบันการเงินแห่งหนึ่งของลาว ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมทนายความและญาติเดินทางมาเจรจาไกล่เกลี่ยชดเชยความเสียหายตามนัด
หลังจากถูกแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต เหตุเกิดที่สี่แยกบ้านดอนโมง ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ศาลจังหวัดนครพนมอนุญาตอนุญาติประกันนางบุญเฮง วางหลักประกันเป็นเงินสด 1 แสนบาท และมีคำสั่งห้ามเดินทางกลับประเทศลาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาเจรจาไกล่เกลี่ยของนางบุญเฮงในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เจอหน้าครอบครัวผู้เสียหายคือ นายสมิง อายุ 56 ปี พร้อมภรรยาคือ นางรินคำ อายุ 52 ปี พ่อแม่ น.ส.วิชุดา อายุ 23 ปี ผู้เสียชีวิตพร้อมลูกสาวในท้อง อายุครรภ์ 8 เดือน (ตายทั้งกลม)
โดยวันนี้ น้องริว อายุ 7 ขวบ ลูกชายคนโตของ น.ส.วิชุดา ได้ถือภาพหน้าศพแม่มาเจรจาไกล่เกลี่ยด้วย โดยน้องริวต้องใช้ไม้คำยัน เนื่องจากยังรักษาอาการขาซ้ายหักจากอุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนนางรินคำมีอาการบาดเจ็บสะโพกร้าว นั่งรถเข็นมาเจรจาไกล่เกลี่ย
ก่อนนี้มีการนัดไกล่เกลี่ยไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ผู้ต้องหาไม่ได้มาด้วยตัวเอง จึงไม่มีข้อสรุป ที่สำคัญวันนี้เป็นครั้งแรกที่นางบุญเฮงได้มีโอกาสยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต
บรรยากาศการเจรจาไกล่เกลี่ยวันนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ยังคงตึงเครียด โดยนายสมิงยอมรับว่า เงินมากแค่ไหนก็ไม่คุ้มค่า เพราะเสียทั้งลูกสาว หลานสาวที่กำลังจะเกิดมามีอนาคต แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องทำใจ แต่ต้องมีความเหมาะสมในการชดเชยเยียวยา เพราะลูกสาวเป็นเสาหลักครอบครัว ทำงานเป็นผู้ช่วยโรงพยาบาลนครพนม มีเงินเดือนประจำ คำนวณถึงอายุ 60 ปี รวมแล้วเป็นเงินนับ 10 ล้านบาท เพราะต้องดูแลลูกชายคนโต อายุ 7 ขวบ มีการศึกษาที่ดีอีกด้วย

ต่อมา นายสมิงได้เสนอเงื่อนไขให้อยู่ในวงเงินที่สามารถรับได้คือ 3 ล้านบาท แต่ผู้ต้องหาเสนอแค่ 1.4 ล้านบาท และขอวางเงินสดแค่ 1 แสนบาท ส่วนที่เหลือยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียไม่พอใจและยังคาใจ ไม่ขอรับข้อเสนอทั้งสิ้น และขอให้ทางตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย ส่งฟ้องศาลตามกระบวนการยุติธรรม ให้ศาลพิจารณาตัดสิน ไม่ขอไกล่เกลี่ยอีกรอบ ขอให้ตำรวจให้ความเป็นธรรม เพราะผู้ต้องหาเป็นชาวลาว ไม่มั่นใจ หากมีการหลบหนี เบี้ยวค่าเสียหาย จะไปฟ้องร้องติดตามดำเนินคดีกับใคร จึงทำให้การเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งนี้ล้มเหลว ไม่มีข้อสรุป ส่วนผู้ต้องหาไม่ขอแสดงความคิดเห็นอยางใด พูดได้แค่คำว่าขอโทษ
นายสมิงเปิดเผยว่า ยอมเสนอรับเงิน 3 ล้านบาท เพื่อแลกกับชีวิตลูกสาว หลานสาว ทั้งที่เงินมากแค่ไหนก็ไม่มีค่าเท่าชีวิตลูก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ต้องได้รับความเป็นธรรมด้วย และรับการชดเชยเยียวยาในเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่คนขับรถชาวลาวเสนอแค่ 1.4 ล้านบาท พร้อมวางเงินสดแค่ 1 แสนบาท ที่เหลือไม่มีความชัดเจนว่าจะได้ตอนไหน
นายสมิงกล่าวว่า ยอมรับว่าหนักใจ คู่กรณีคนขับรถเป็นชาวลาว กลัวจะหลบหนีกลับประเทศ ได้แต่พึ่งกระบวนการยุติธรรม ขอให้ตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ศาลตัดสินเป็นที่สิ้นสุด ยอมรับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีภรรยาและหลานชายบาดเจ็บ ซึ่งหลานชาย 7 ขวบ ที่รอดชีวิต ถามหาแม่ตลอด เห็นภาพหลานชายกอดรูปแม่ที่เสียชีวิตนอน อดไม่ได้ทำให้น้ำตาไหลทุกวัน

