กรมอุทยานฯ เร่งเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ท้องที่จังหวัดพะเยา แพร่ น่าน เชียงราย ท่ามกลางวิกฤตมวลน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม จากกรณีมวลน้ำที่ยังเพิ่มสูงขึ้น ในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตลอดจนพื้นที่อื่นๆ ในโซนภาคเหนือ ให้เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเต็มกำลังความสามารถ สำหรับในพื้นที่อื่นๆ ก็ให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านของกำลังเจ้าหน้าที่ ยวดยานพาหนะ เรือ เข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แล้วรายงานผลให้ทราบทุกระยะ

โดยได้รับรายงานการเข้าช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ อันได้แก่ พื้นที่จังหวัดเชียงราย หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว นำรถแทรกเตอร์และเจ้าหน้าที่ตัดกิ่งไม้ และเคลื่อนย้ายดินโคลนที่กีดขวางการจราจร บริเวณถนนบ้านผาตั้ง บ้านร่มฟ้าทอง ม.18 ต.ปอ อ.เวียงแก่น อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ช่วยเหลือราษฎรบริเวณเส้นทางบ้านผาหมี บ้านห้วยน้ำริน ต.เวียงพานคำ อ.แม่สาย หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หาด ช่วยเหลือราษฎรบริเวณถนนสายโครงการดอยตำ-เวียงแหง อ.เวียงแหง วนอุทยานพญาพิภักดิ์ วนอุทยานถ้ำผาแล ช่วยเหลือประชาชนบริเวณ ต.ปอ อ.เวียงแก่น อุทยานแห่งชาติภูซาง ช่วยเหลือราษฎรบริเวณ ต.หงาว อ.เทิง อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ช่วยเหลือประชาชน บริเวณโรงเรียนบรรพตวิทยา บ้านผาตั้ง อ.เวียงแก่น

พื้นที่จังหวัดน่าน อุทยานแห่งชาตินันทบุรี ช่วยเหลือราษฎรบริเวณบ้านแทน ม.1 ต.ผาทอง อ.ท่าวังผา อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ช่วยเหลือราษฎรบริเวณบ้านเคียงแหล่ บ้านสบยาว บ้านตอนทัน อ.ท่าวังผา อุทยานแห่งชาตินันทบุรี ช่วยเหลือประชาชนบริเวณบ้านเชียงแล ต.ริมบ้านนาหวาย ต.แสนทอง บ้านสบยาว ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา

พื้นที่จังหวัดแพร่ อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ช่วยเหลือประชาชนบริเวณบ้านมหาโพธิ์ ม.5 ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ และพื้นที่จังหวัดพะเยา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาช้าง ช่วยเหลือประชาชนบริเวณบ้านขุนกำลัง ม.4 บ้านสันติสุข ต.ขุนควร อำเภอปง

โดยในวันที่ 23 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ อุทกภัย ดินโคลนถล่ม จำนวน 17 แห่ง ในท้องที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน โดยเตรียมความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ เครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์เข้ามาได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

