หน้าแรก ภูมิภาค เล็งเสนอร่างพ...

เล็งเสนอร่างพ.ร.บ.ภูเก็ตมหานคร ควบคู่ขับเคลื่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ ชี้ปชช.มีความพร้อม

23.08.24 | 19:32 น.

เล็งเสนอร่างพ.ร.บ.ภูเก็ตมหานคร ควบคู่ขับเคลื่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ ชี้ปชช.มีความพร้อม

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ห้องประชุมโรงแรมเดอะพาโก้ดีไซน์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม อาจารย์ประจำ สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นประธาน เปิดการเสวนาการขับเคลื่อนที่มาของผู้ว่าราชการจังหวัดข้อเสนอรูปแบบแนวทางเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุน งบประมาณดำเนินการ จาก รัฐบาลประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีผ่านทาง มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์แห่งประเทศไทยและนายอุตร ตันติสุนทร ประธานมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สนับสนุนการจัดเวทีเสวนาหรือประชุมกลุ่ม (Focus Groups Discussion) เชิงลึก เป้าหมาย 7 แห่ง ในปี 2566 คือจังหวัดพิษณุโลกนครศรีธรรม ราชกรุงเทพมหานคร สุราษฎร์ ธานี อุดรธานีนครราชสีมา และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้น การประชุมครอบคลุมทุกภาคแล้ว มีการรวบรวมจัดทำ เป็น หนังสือ “จะให้เขาเลือกให้ หรือ เราจะเลือกเอง รูปแบบแนวทางการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด”ที่ เป็นผลงานศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ และ มีข้อเสนอ ทางเลือก ที่มาของผู้ว่าราชการจังหวัดโดยเฉพาะแนวทางการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เหมาะสม 5 รูปแบบ คือ 1.รูปแบบการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงทั่วประเทศทุกจังหวัดและโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินเหลือเพียง 2 ส่วน ได้แก่ การบริหารราชการส่วนกลางและการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ,2.รูปแบบแนวทางการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่มีความพร้อม โดยทดลองเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่มีความพร้อมและเหมาะสม,3.รูปแบบแนวทางการยกระดับการใช้การเลือกตั้งนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) แทนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและให้มีอำนาจหน้าที่เหมือนผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีการกระจายอำนาจเต็มรูปแบบ,4.รูปแบบแนวทางการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงทั่วประเทศโดยยังคงมีผู้ว่าราชการจังหวัดจากการแต่งตั้งทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนรัฐส่วนกลางมีอำนาจหน้าที่อยู่ในขอบเขตจำกัดและ5.รูปแบบแนวทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งตั้ง โดยให้มีการยกเครื่องปรับปรุงวิธีการแต่งตั้งในรูปแบบใหม่ ทิศทางการกระจายอำนาจในแนวทางการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในประเทศ ไทยต่อไป

ดร.โกวิทย์ กล่าวว่า การศึกษาในขณะนี้ต่อเนื่องมาจาก ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 เคยร่วมกับนายชำนาญจันทร์เรืองและนายสมชายฝั่งชลจิตร และคณะ ดำเนินการเกี่ยวกับการปกครองพิเศษและจังหวัดจัดการตนเองมาแล้ว และ รูปแบบแนวทางการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่มีความพร้อม ก่อน เช่นจังหวัดไหนที่มีรายได้สูงมีพื้นที่เป็นเกาะมีความเป็นเมืองมีเศรษฐกิจดีภาษีสามารถเลี้ยงตัวเองได้คือเป็นการเลือกบางจังหวัด บางพื้นที่ ที่เหมาะสมและพร้อมตามเกณฑ์ นอกจากนี้รูปแบบถัดมาให้มีการเลือกผู้บริหารเราอาจจะไม่เรียกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแต่เรียกว่าผู้บริหารจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดที่แต่งตั้งมาจากกระทรวงมหาดไทยให้มีเหมือนเดิมแต่ว่าให้ลดบทบาทลงไปให้เป็นตัวแทนของรัฐดูแลเรื่องความปลอดภัยความมั่นคงเป็นตัวแทนภาครัฐในรัฐพิธี ส่วนผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งก็ให้ทำหน้าที่บริหารจังหวัดเต็มเลยเหมือนตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบันในขณะที่รูปแบบที่สามผู้ว่าราชการจังหวัดปัจจุบันนี้ประชาชน ไม่ค่อยรับทราบว่ามาได้อย่างไรแต่งตั้งกันอย่างไรบางทีอยู่ปีเดียวสองปีประชาชนบอกว่าควรจะอยู่ สามปีหรือสี่ปีพร้อมกับให้มีการแสดงวิสัยทัศน์เป้าหมายจังหวัดจะมาพัฒนาควรจะเดินไปอย่างไรด้วย คือการพัฒนาจังหวัดจะต้องชัดเจนด้วย

Advertisement

สำหรับรูปแบบที่สี่นั้นให้มีการปรับเลย คือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่มีการเลือกตั้งทั่วประเทศในขณะนี้ให้เป็นผู้บริหารจังหวัดแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเดิมมาเป็นผู้กำกับดูแลและหากว่าผู้บริหารจังหวัดมีการทุจริตต้องส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณาไม่ให้มีการกำกับโดยการลงโทษ เองจากกระทรวงมหาดไทย ส่วนรูปแบบที่ห้าเป็นการเลือกทั้งหมดทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ที่รวบรวมมาจากการจัดเวทีทั้งหมด และที่จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ 8 เป้าหมาย คือ นำทั้ง 5 รูปบบมานำเสนอ และเวทีวันนี้ที่จังหวัดภูเก็ตมีความน่ารักมาก เนื่องจากมีองค์กรภาคเอกชนส่วนราชการข้าราชการเกษียณองค์กรปกครองท้องถิ่น นักธุรกิจทนายความนักวิชาการสภาพลเมืองภูเก็ตรวมทั้งองค์กร ภาคประชาชน ที่รับผิดชอบดูแลบริเวณย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ต มาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ดีโดยสรุปแล้วผู้ที่ร่วมเสวนาที่จังหวัดภูเก็ต แสดงความคิดเห็นทำนองเดียวกันว่าจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและเสนอให้ตนเอง ไปพิจารณาดูอีกว่ามีจังหวัดอื่นๆ มีความพร้อมอีกบ้างเพื่อขยายแนวความคิดนี้ออกไปและข้อเสนอตรงนี้เป็นเรื่องที่ดีและรูปแบบอีกรูปแบบหนึ่งคือให้มีการเลือกผู้บริหารจังหวัดเลยในบางจังหวัดที่มีความพร้อมแต่สิ่งหนึ่งที่ชาวจังหวัดภูเก็ต ได้คิดและเคลื่อนไหวขับเคลื่อนคือ นายชาญ วงศ์สัตยนนท์ ประธานสภาพลเมืองภูเก็ตร่วมกับนางรุ่งนภา พุฒิแก้ว ประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ตและ กลุ่มทนายความที่เคยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ตัวแทนพรรคก้าวไกลเดิมหรือพรรคประชาชนในปัจจุบันมาร่วมแสดงความคิดเห็นในวันนี้ด้วย เพื่อร่วมกัน ร่างพระราชบัญญัติภูเก็ตมหานคร และขอให้ดร.โกวิทย์ พวงงาม เป็นที่ปรึกษา และจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงลายมือชื่อ15,000 คน  เพื่อนำเสนอไปตามขั้นตอนต่อไป เนื่องจากพิจารณาว่าที่มาของผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สอดคล้องตรงกันว่าการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปนี้ต้องให้มีอายุงานไม่ใช่อยู่ปีเดียวหรือสองปีแต่ต้องดำรงตำแหน่งสามปีขึ้นไป สิ่งสำคัญคือผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งต้องแสดงวิสัยทัศน์รวมทั้งเข้าใจจังหวัดดีตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องรู้ทิศทางการพัฒนาจังหวัด

ดร.โกวิทย์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการจัดเวทีเสวนาสัญจรนี้เรายินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ตัวแทนองค์กรปกครองท้องถิ่นเสนอต่อที่ประชุมว่าต้องมีการสนับสนุนส่งเสริมให้ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและ การออกกฎหมายหรือร่างพระราชบัญญัติภูเก็ตมหานครก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ภูเก็ตช่วยตัวเองให้ได้จริงๆแล้วรายได้ที่เกิดจากจังหวัดภูเก็ตมีมากแต่รัฐบาลกลางเอาไปหมดดังนั้นรายได้ภาษีค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกิดจากภูเก็ตจะต้องนำมาพัฒนาภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นภาษีสนามบินภาษีล้อเลื่อน ภาษีสิ่งแวดล้อม ตลอดจนภาษีมูลค่าเพิ่มที่บางบริษัทอ้างว่าบริษัทแม่อยู่กรุงเทพมานครต้องเอาภาษีไปให้ส่วนกลาง

สำหรับสัปดาห์หน้าจะไปจัดเวทีในลักษณะเดียวกันที่จังหวัดนครพนมเพื่อให้ได้ข้อมูลครอบคลุม พื้นที่เป้าหมาย ที่จะใช้เป็นกรณีศึกษา ทั้งพื้นที่จังหวัดที่มีที่ตั้ง ใกล้ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเช่นอำเภอแม่สอดจังหวัดตากจังหวัดอุบลราชธานีสระแก้วหรือจังหวัดนครพนม เนื่องจากบริบทแต่ละจังหวัดนั้นไม่เหมือนกันและรูปแบบการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจึงไม่เหมือนกัน หรือไม่ใช่เป็นการตัดเสื้อโหล

ในขณะเดียวกัน การพิจารณาเสนอแผนงานโครงการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจำเป็นจะต้องเสนอทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขับเคลื่อน ควบคู่กันไปจึงน่าจะได้ผลมากกว่า นอกจากนี้การขับเคลื่อนที่จังหวัดภูเก็ตให้ได้ประสบความสำเร็จก่อนจะได้มีกำลังใจไปดำเนินการในพื้นที่จังหวัดอื่นๆในลำดับต่อไป และตนเองนั้นมองว่าการกระจายอำนาจคือทางออกของประเทศไทย

ข่าวแจ้งว่าผู้ร่วมการประชุมแสดงความคิดเห็นจังหวัดภูเก็ตมีความคิดเห็นว่า ในปี 2469 รัฐธรรมนูญมีการพูดถึงการกระจายอำนาจและในปี 2511 และปี 2540 พูดถึงเรื่องของการกระจายอำนาจเช่นเดียวกันแต่รัฐธรรมนูญในปี 2560 กลับไม่มีในเรื่องนี้ถือเป็นมรดกบาปของคสช. ดังนั้นจึง ถึงเวลาแล้วที่จังหวัดภูเก็ตจะต้องดำเนินการ ผลักดันให้มีการ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นจริง เพราะในอดีตมีการพูดมาตั้งแต่สมัยปี 2507 เป็นเวลา 60 ปีและในปี 2529 สมัยที่นายประมวล รุจนเสรี ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และมีการประชุมและรับฟังเกี่ยวกับการปกครองตนเอง การปกครองรูปแบบพิเศษมาอย่างต่อเนื่องรูปแบบการเลือกตั้งที่สองและที่สี่น่าจะเหมาะสม จะต้องมีการประเมินผลงานผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งทุกสองถึงสี่ปี

ประกอบกับจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ ที่สามารถเทียบเคียงได้กับการปกครองที่เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี หากจังหวัดภูเก็ตยังคงมีการปกครองเหมือนเดิมไม่ทันกับพลวัตรของเมืองที่เกิดขึ้นว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระยะเวลาประมาณ 10 ปีภูเก็ตจะกลายเป็นสลัมเนื่องจากไม่มีการบริหารจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม และรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมีนโยบายเพิ่มนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว หรือต้องการเพิ่มรายได้ ปัจจุบันมี ชาวต่างประเทศเข้ามาอยู่อาศัยไม่ใช่การท่องเที่ยวแต่มาทำธุรกิจ มีการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์แต่โครงสร้างสาธารณะ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ไม่ได้เตรียมรองรับเอาไว้ทั้งถนนสวนสาธารณะ และข้อเท็จจริงคือมีหน่วยงานมากถึง 183 หน่วยงานในจังหวัดภูเก็ต ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการไม่ได้เลย อย่างไรก็ดียังมีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่อง กอ.รมน. ที่ฝ่ายทหารจัดตั้ง