ญาติกอดกันร่ำไห้ ดูจุดเครื่องบินเล็กตก แม่สาวพนง.โรงแรมเผย ลูกเพิ่งเข้าทำงานได้แค่ 3 เดือน ชี้ไม่รู้จะได้ชิ้นส่วนร่างไหม
ญาติกอดกันหลั่งน้ำตา พากันดูจุดเครื่องบินตก เผยสาววัย 35 เพิ่งเข้ามาทำงานในโรงแรมดังเจ้าของเดียวกับเที่ยวบินได้เพียง 3 เดือน ระบุเพิ่งลากลับบ้านมาพักผ่อนและกำลังจะเดินทางกลับไปทำงานยังที่เกาะไม้ซี้ ระบุก่อนการสูญหายยังได้ถ่ายคลิปชมวิวทิวทัศน์ส่งกลับมาให้ผู้เป็นน้องสาวดู เหตุเพราะเพิ่งเคยได้ขึ้นนั่งเครื่องบินเป็นครั้งที่ 2 สุดท้ายผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีกลับกลายเป็นการพลัดพรากจากไปอย่างชั่วนิรันดร์
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 23 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณจุดเกิดเหตุเครื่องบินเล็ก ยี่ห้อเซสนา รุ่นคาราวาน C208 เที่ยวบิน TFT209 สุวรรณภูมิ-เกาะไม้ซี้ จ.ตราด ตกที่บริเวณหลังวัดเขาดิน พื้นที่หมู่ 6 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้มีผู้โดยสารชาวจีน 5 ราย พนักงานโรงแรมเดียวกันกับเที่ยวบิน 2 คน และนักบิน 2 นายสูญหายไปในบ่อโคลน ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องมาแล้วนั้น ได้มีญาติของ น.ส.นภัค จีระศิริ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นพนักงานโรงแรมที่เกาะไม้ซี้ จำนวน 7 คน ได้เดินทางเข้าไปดูยังในบริเวณที่เกิด หลังจากทางเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยได้ถอนกำลังไปจนเกือบหมดแล้ว

โดยมี นางพเยาว์ จีระศิริ อายุ 62 ปี ชาวคลองชลประทาน ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ผู้เป็นมารดาของ น.ส.นภัค พร้อมด้วยนายวรา จีระศิริ อายุ 72 ปี ผู้เป็นบิดา น.ส.กษิณา จีระศิริ อายุ 31 ปี น้องสาว และด้วยญาติอีก 4 คนที่เดินทางมาสมทบ ได้เล่าว่า ตนพร้อมครอบครัวรวม 3 คน ได้เดินทางมาถึงยังที่ด้านหน้าที่เกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ไม่กล้าเข้ามาดูที่เกิดเหตุ แม้แต่ข่าวก็ยังไม่กล้าดู จากนั้นยังได้เดินทางไปกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์ดีเอ็นเอและสถานีตำรวจ ส.บางปะกง เกี่ยวกับเรื่องเอกสารต่างๆ

“จนกระทั่งถึงช่วงเย็นจึงได้เดินทางเข้ามาดูยังในที่เกิดเหตุ หลังจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่กลับไปหมดแล้ว โดย น.ส.นภัค เป็นบุตรสาวคนโต จากบุตรสาวจำนวน 2 คน โดยเขาเพิ่งลางานเดินทางกลับบ้านหลังจากเปลี่ยนงานใหม่ ที่เพิ่งได้ไปทำงานเป็นหัวหน้าพนักงานต้อนรับที่โรงแรมแห่งนี้ ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ส่วนการจะได้ชิ้นส่วนหรือศพไปดำเนินการตามประเพณีเมื่อไหร่นั้น จนท.เขายังให้รอในวันจันทร์ (26 ส.ค.67) หลังจากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้ว” นางพเยาว์กล่าว
ขณะที่ น.ส.กษิณากล่าวว่า หลังจากมาส่งพี่สาวขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเพิ่งแยกจากกันไปไม่นาน พี่สาวยังได้ถ่ายคลิปภาพวิวทิวทัศน์ ชมธรรมชาติจากบนเครื่องบินส่งมาให้ดูเลย และตนยังได้แซวกันเล่นกับพี่สาวกลับไปอีกด้วย เพราะพี่สาวเพิ่งเคยขึ้นเครื่องบินเพียง 2 ครั้ง หลังจากได้เข้ามาทำงานที่นี่ แต่แล้วจากนั้นเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีการติดต่อสื่อสารได้หายไป เมื่อเวลา 14.47 น. ที่ไม่มีการโต้ตอบกลับมาจากพี่สาว

จนกระทั่งเวลา 16.50 น. ตนยังได้ส่งข้อความสอบถามไปว่า “ถึงหรือยัง” แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งปกติเขาจะตอบแชตกลับมาตลอด จนมาทราบข่าวจากเพื่อนของพี่สาวที่โทรมาแจ้งข่าวบอกว่า “อ่านข่าวหรือยังว่าเครื่องบินตก” จากนั้นทางโรงแรมยังได้ติดต่อมาอีกจึงทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยครั้งแรกยังไม่เชื่อ และไม่เชื่อเลยว่าจะเป็นพี่สาว และไม่กล้าที่จะดูอะไรเลยทั้งข่าวทั้งอะไร เพราะไม่มีลางบอกเหตุอะไรมาก่อนและไม่คิดว่าจะใช่
“และหลังจากนี้ยังไม่ทราบว่าผลการตรวจอีเอ็นเอที่จะออกมาในวันจันทร์นั้น จะพบเจอของพี่สาวด้วยหรือไม่ เพราะจากการสอบถามจากทาง จนท.อาสาสมัครกู้ภัยแล้ว ยังไม่มีใครพบเห็นเครื่องแต่งกายหรือสิ่งของใช้และของติดตัวที่ตรงกันกับของพี่สาวเลย โดยสิ่งที่เขาส่งมาให้ดูทั้งกระเป๋าและอะไรต่างๆ ที่พบก็ไม่ใช่ของพี่สาวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว โดยกระเป๋าของพี่สาวที่ติดตัวไปเป็นกระเป๋าคาดสะพายไหล่สีส้มหรือสีโอลด์โรส” น.ส.กษิณากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่ครอบครัวของผู้สูญหายเดินทางเข้ามาดูที่เกิดเหตุ ต่างพากันร้องไห้และสวมกวดกัน ท่ามกลางผู้สนใจเหตุการณ์ ที่ต่างพากันเดินเข้ามาดูที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ทางเจ้าหน้าตำรวจจะมากันปิดเส้นทางไม่ให้กลุ่มผู้สนใจเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุเพิ่มเติมได้อีก และพากันทยอยออกไปจนหมด

