คืบหน้ากรณี ชายขี่รถจยย.กลับจากโรงงาน ถูกเก๋งซิ่งชนดับ ‘คนขับ’ มอบตัวแล้วอ้างไม่เห็น ไม่ได้ตั้งใจ ตกใจมากเลยรีบกลับบ้าน เห็นข่าวถึงรู้ว่าชนคนตาย ยกมือไหว้ขอโทษพร้อมเยียวยา ขณะที่งานศพโศกเศร้า
จากกรณีที่ นายอนุสรณ์ อายุ 38 ปี ชาวตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกจากโรงงาน มาถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์ซึ่งไม่ทราบชนิดและหมายเลขทะเบียน ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจังทำให้เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม นั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม นายกฤตธนา อายุ 28 ปี คนขับรถเก๋ง ฮอนด้า แจ๊ซ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร คันก่อเหตุ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จึงตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และได้นำตัวนายกฤตธนา ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสโลหิตที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เพื่อยืนยันผลปริมาณแอลกอฮอล์อีกครั้ง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชน ของรถทั้งสองคัน และเก็บ DNA นายกฤตธนา และที่รถเก๋ง เพื่อจะได้นำพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นายกฤตธนา คนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ตนทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์บริษัทแห่งหนึ่ง ใน จ.นนทบุรี และทำโอที จึงกลับบ้านดึก มาถึงที่เกิดเหตุตนยังไม่รู้ว่าชนรถจักรยานยนต์ รู้เพียงว่าชนอะไรบางอย่างกระแทกอย่างแรง จังหวะนั้นถุงลมนิรภัยทำงานฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ตนตกใจมาก นั่งโทรศัพท์หาพ่อแม่ แต่ไม่มีใครรับ ทำอะไรไม่ถูก กลัวก็กลัวเพราะมืดและเปลี่ยว จึงตัดสินใจขับรถกลับบ้านซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร
กระทั่งสว่างจึงเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าชนอะไรไม่รู้ เพราะยังไม่รู้ว่าชนคนตาย กระทั่งเห็นโซเชียลจึงเพิ่งรู้ว่าตนขับรถชนคนตาย จึงปรึกษาพ่อแม่ประสานตำรวจขอเข้ามอบตัวในช่วงประมาณ 11.00 น.ของวันเดียวกัน ตนยอมรับผิด ตนเสียใจมาก ตนไม่เคยประสบอุบัติเหตุ ตนอยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และพร้อมจะช่วยเหลือเยียวยาในสิ่งที่ตนสามารถทำได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่บรรยากาศพิธีฌาปนกิจนายอนุสรณ์ เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่วัดธรรมนิมิต ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยเฉพาะแม่ของผู้เสียชีวิตร้องไห้จนพูดอะไรไม่ออก ญาติกำหนดสวด 4 คืน ฌาปนกิจในวันที่ 28 สิงหาคม 2567
นางกาญจนา อายุ 46 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องชายเป็นคนชอบวิ่ง ไปทุกสนาม ได้เหรียญรางวัลจำนวนมาก ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนน้องชายทำงาน และเป็นช่วงพักจึงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อ กระทั่งมาประสบเหตุ ทำให้ครอบครัวเศร้าเสียใจมาก
โดยเฉพาะมารดา ที่ร้องไห้จนพูดไม่รู้เรื่อง เพราะน้องชายตนเป็นลูกคนเล็ก และคอยดูแลทำงานส่งเสียแม่ตลอด ในส่วนของผู้ก่อเหตุเห็นว่าจะรับผิดชอบแต่ยังไม่ได้คุยกัน อยากจะถามว่าน้องชายตนขับรถจักรยานยนต์มาดีๆ ถนนก็โล่ง มองไม่เห็นรถน้องชายของตนเหรอ และที่สำคัญหลังจากชนแล้วจอดอยู่เฉยๆ ก็ควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือสักหน่อยก็ยังดี เผื่อน้องชายตนจะยังไม่ตาย


