นครปากเกร็ด พร้อมรับน้ำเหนือ เตรียมกระสอบทราย 20,000 ใบ ตั้งคันป้องกัน 6 จุด เฝ้าระวังพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา 10 กิโลเมตร มั่นใจระบายไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรเอาอยู่ แต่พื้นที่ริมน้ำอาจได้รับผลกระทบบ้าง
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้เทศบาลนครปากเกร็ดได้เตรียมความพร้อมรับน้ำเหนือที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท โดยได้มีการประชุมสั่งงานหน่วยราชการต่างๆ ทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักปลัด งานป้องกัน สำนักงานช่าง กองสาธารณสุข เตรียมแผนที่จะรับมือน้ำ โดยในเขตนครปากเกร็ดมีเขื่อนและประตูระบายน้ำ ที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยายาวประมาณ 10 กิโลเมตร มีประตูระบายน้ำ 18-19 แห่ง มีสถานีสูบน้ำภายในอีกรวมทั้งหมด 56 สถานี ซึ่งได้ดูแลซ่อมบำรุงพร้อมใช้งานได้หมดแล้ว

นอกจากนี้ยังได้เตรียมกระสอบทรายไว้แล้ว 20,000-30,000 ใบ และเตรียมทราย และแบ่งงานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูน้ำหลาก และตั้งคันป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มจุดเสี่ยง 5-6 จุด อาทิ วัดสลักเหนือ วัดกู้ วัดเกาะพญาเจ็ง วัดกลางเกร็ด และปากคลองบ้านใหม่ เขตติดต่อเทศบาลตำบลบ้านใหม่ จ.ปทุมธานี โดยวางแผนตั้งแนวป้องกันน้ำท่วมตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
นายวิชัยกล่าวอีกว่า ทั้งนี้เทศบาลได้ดูแลพี่น้องประชาชนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบตลอด โดยสามารถเข้ามาดูในเว็บไซต์ของเทศบาลนครปากเกร็ด ถ้าน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายมาประมาณ 2,000 กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็จะทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งแน่ พื้นที่ร่มต่ำก็จะได้รับผลกระทบ แต่ขนาดนี้ระบายน้ำมาประมาณ 1,000 กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังสามารถรับสถานการณ์ได้ ทั้งนี้เทศบาลนครปากเกร็ดไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เตรียมวางแผนรับสถานการณ์ที่จะเกิดจากน้ำที่ไหลมาในช่วงฤดูกาลนี้
ขณะนี้เตรียมกระสอบทรายทรายและไม้เก่าที่ใช้เมื่อปีที่แล้วไว้พร้อมหมดแล้ว รวมทั้งได้สั่งกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมก่อนสวัสดิการและสังคม ให้เตรียมความพร้อมที่จะดูแลพี่น้องประชาชน หากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นายวิชัยกล่าวว่า แต่ก็เป็นห่วงหากช่วงที่น้ำหลากมาพร้อมกับช่วงที่มีพายุเข้าฝนตกหนักในพื้นที่ ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือเขตเทศบาลนครนนทบุรี หรือในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด การระบายน้ำด้านในออกด้านนอกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ก็ค่อนข้างลำบาก และระบายได้ช้า ก็ได้ประสานกับทุกหน่วยงานไม่ว่าจะกรุงเทพฯ นครนนทบุรี นครปากเกร็ด ได้หารือกันว่าวิธีที่จะระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ต้องจับมือประสานกันว่าระบายน้ำไปทางไหนให้พร้อมกัน เพราะทุกแห่งก็มีประตูระบายน้ำ ก็ต้องแบ่งระบายน้ำ เช่นจากกรุงเทพฯจะมาลงกองบ้านใหม่อย่างเดียว จะมาลงคลองบางพูดอย่างเดียว จะมาลงคลองบางตลาดอย่างเดียว ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนในเขตนครปากเกร็ด และนครนนทบุรี ได้รับผลกระทบ ก็ต้องระบายไปทางทุ่งบางเขน หรือลงคลองบ้านใหม่ ส่วนพี่น้องริมคลองบางพูด ซึ่งรับน้ำมาอย่างเดียว ก็คงต้องเตรียมแผนในการระบายน้ำ ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะน้ำด้านในบางที่ทั้งเน่าทั้งเหม็น
ส่วนเมื่อปี 2554 ที่เทศบาลนครปากเกร็ดสามารถป้องกันน้ำท่วมไม่ได้ เราก็มีการแบ่งการระบายน้ำแต่โชคดีที่มีฝนตกลงมาไม่กี่ครั้ง แต่ในปีนี้ก็ไม่ประมาทเรื่องน้ำเรื่องพายุ ก็ติดตามเฝ้าระวังการพยากรณ์ทิศทางของพายุว่าจะเข้ามาหรือไม่ในช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งเทศบาลนครปากเกร็ดได้เตรียมแผนป้องกันน้ำด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ดีที่สุด ที่เป็นห่วงมากก็คือน้ำหลากมาด้วยพร้อมกับมีฝนตกลงมาภายในด้วยจะทำให้การระบายน้ำช้า อาจจะมีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ด้านใน ซึ่งเราได้เตรียมการไว้ทั้ง 2 แผน ต้องปลอดภัยทั้งคนทั้งนอกและคนด้านใน เหมือนปี 2554 ที่เคยทำมาแล้วคนด้านนอกก็อยู่ได้คนข้างในก็อยู่ได้
ทั้งนี้ ประชาชนในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด หากได้รับความเดือดร้อน ประสบปัญหาจากน้ำท่วมขัง สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ โทร 0-2538-7788 หรือโทรสายด่วน 1132 ตลอด 24 ชั่วโมง

