หน้าแรก ภูมิภาค ชาวชัยนาท แห่...

ชาวชัยนาท แห่จองที่ริมทางยาว 10 กม. เตรียมอพยพหนีน้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาแจ้งระบายเพิ่ม 

27.08.24 | 16:24 น.

ชาวชัยนาท แห่จองที่ริมทางยาว 10 กม. เตรียมอพยพหนีน้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาแจ้งระบายเพิ่ม ทะลุ 1,000 ลบ.ม.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กรมชลประทานได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดลุ่มน้ำภาคกลางว่าระหว่างวันที่ 27-30 ส.ค.นี้ ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาจะเพิ่มมากขึ้นในเกณฑ์ 1,400 ลบ.ม./วินาที (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ จากเดิม 700-900 ลบ.ม./วินาที ขึ้นไปเป็น 900-1,400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวสูงขึ้นอีก 50 ซม.-1.50 ม. ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มนอกคันกั้นน้ำ ริมคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่จะมีระดับน้ำที่สูงขึ้นจากเดิมได้อีก 50 ซม.-1.5 ม. จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวยกของขึ้นที่สูง และเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมทั้งติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไปนั้น

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ ต.ตลุก ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นชุมชนแรกๆ ที่อยู่ท้ายเขื่อนที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมถึง และเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยซ้ำซากทุกปี ล่าสุด พบว่าประชาชนจำนวนมากที่กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำเหนือที่กำลังหลากท่วมทางตอนบนของประเทศ และกำลังจะไหลลงมาพื้นที่ลุ่มภาคกลาง โดยผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และคาดว่าในปีนี้มีโอกาสที่น้ำจะเอ่อท่วมอีก จึงพากันขึ้นมาจับจองพื้นที่ข้างถนนคันคลองมหาราชเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวหากเกิดน้ำท่วม โดยบางรายก็เริ่มเอาไม้ไผ่มาสร้างกระต๊อบ หลายๆ รายใช้เชือกฟางมาผูกกั้นเป็นแนว เพื่อบอกว่าที่จุดนี้มีคนจองแล้ว ซึ่งตลอดความยาว 10 กม. ของถนนเส้นนี้ ถูกจับจองไปแล้วกว่า 50 ช่วงเสาไฟฟ้า

Advertisement

ขณะที่สถานการณ์น้ำ เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุด พบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ล่าสุดวัดได้ 1,189 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัวล่าสุดวัดได้ 16.47 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 900 ลบ.ม./วินาที ขึ้นไปที่อัตรา 1,100 ลบ.ม./วินาที ส่งผลระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น 58 ซม.ในรอบ 12 ชม. ล่าสุด วัดได้ 11.12 ม.รทก.