ผู้ใหญ่สายพิน งงตาแตกอีกรอบ หลังยื่นเรื่องขอแก้ปีเกิดให้ตัวเองให้ตรงกับความเป็นจริง เพราะเคลื่อนไป 2 ปี ล่าสุดจังหวัดเคาะต้องไปร้องศาลปกครอง ระบุไม่อยากเป็นผู้ใหญ่บ้านขนาดนั้นพอมีอยู่มีกิน แค่เรียกร้องหาความถูกต้องเท่านั้น
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 67 กรณีนางสายพิน นุกรรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ห้วยราช อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของเทศบาลตำบลห้วยราช อ.ห้วยราช
ว่ามีพฤติกรรมเหมือนจะกลั่นแกล้ง กรณีที่ตัวเองไปขอเปลี่ยนปีเกิดจากหลักฐานใหม่ที่ปรากฏเกิดปี 2507 ให้ตรงกับทะเบียนบ้านต้นฉบับคือ เกิดปี 2509 ตั้งแต่ปี 2552 หรือประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ให้ไปหาใบแจ้งเกิดตัวจริงมา ซึ่งตนหาไม่ได้ในครั้งนั้นเพราะพ่อแม่ย้ายบ้าน

สุดท้ายมีอดีตหัวหน้าฝ่ายทะเบียนมาแนะนำให้ไปหาหลักฐานจากโรงเรียนที่เรียน และทะเบียนบ้านเก่าของที่ว่าการอำเภอ เพราะเกิดจากเจ้าหน้าที่เขียนผิดเลข 7 ไทยกับเลข 9 ไทยคล้ายกัน ให้หาหลักฐานการเข้าโรงเรียน และทะเบียนบ้านเก่าที่อยู่ในที่ว่าการอำเภอ ซึ่งระบุชัดว่าผู้ใหญ่บ้านเกิดปี 2509 คือยังเหลือเวลาอยู่ในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านอีก 2 ปี
คำร้องเรียนของผู้ใหญ่สายพิน ระบุอีกว่า ฝ่ายทะเบียนเทศบาลห้วยราช ยังเรียกเอาพยานบุคคลมายืนยันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ ส่งคำให้การของพยานเป็นเท็จ อ้างว่าพยานทั้ง 7 คนบอกว่าไม่ทราบ ไม่ทราบ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ โดยสรุปมีการเรียกพยานไปให้การจำนวน 2 ครั้ง
ล่าสุดผู้สื่อข่าวไปพบนายกติศักดิ์ เกียรติเจริญศิริ ปลัดเทศบาลตำบลห้วยราช อ.ห้วยราช ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากผู้ใหญ่บ้านมายื่นคำร้อง ทางเทศบาลทำงานตามหน้าที่ คือมีการสืบหาหลักฐาน มีการสืบพยานตามระเบียบ แต่หลักฐานไม่ชัดเจน รวมถึงพยานให้การไม่ชัดเจน ทางเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องส่งให้คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณา

เมื่อจังหวัดตีกลับมาให้ผู้ร้องเรียนอุทธรณ์ เราก็ทำตามระเบียบ รวมถึงครั้งที่ 2 ที่มีการพิจารณา ซึ่งหากผู้ร้องยังติดใจหลังจากนี้จะต้องให้ผู้ร้องยื่นศาลปกครองให้พิจารณา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะที่นางสายพิน นะกรรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ห้วยราช อ.ห้วยราช กล่าวหลังเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าต้องไปฟ้องศาลปกครองว่า ตนเองแค่ไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนปีเกิดจากปี 2507 เป็น 2509 เพราะต้องการให้ถูกต้อง ตนมีหลักฐานชัดเจนทั้งทะเบียนบ้านเก่าซึ่งปรากฏอยู่ที่ว่าการอำเภอไม่ได้ไปหามา หลักฐานการเข้าเรียนโรงเรียนในพื้นที่
เรื่องแค่นี้ทำไมจะต้องถึง ”ศาลปกครอง” เจ้าหน้าที่แต่ละคนมีประสบการณ์ในการทำงานมาเหมือนกันหมด ชาวบ้านบางราย ไม่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเพราะพ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิด ไม่เคยมีบัตรประจำตัวประชาชน เจ้าหน้าที่ยังทำให้ได้แค่มีหลักฐานเป็นพยานบุคคล หรือคนในหมู่บ้านมายืนยัน ไม่เห็นต้องไปร้องศาลปกครอง แต่ของตนมีหลักฐานครบเจ้าหน้าที่อยากได้อะไรหาให้หมด
สาเหตุที่ตนเดินเรื่อง เพราะต้องการหาความถูกต้อง ขนาดตนเป็นผู้ใหญ่บ้านยังทำไม่ได้ ถ้าชาวบ้านตัวดำๆ จะเอาอะไรไปสู้เขาถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำให้ จึงอยากจะเรียกร้องไปถึงผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศให้เข้ามาวางระบบให้ดีกว่านี้
กรณีมีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่าตนอยากเป็นผู้ใหญ่บ้านต่ออีก 2 ปีนั้น ส่วนหนึ่งยอมรับ เพราะตนต้องการใช้สิทธิอย่างชอบธรรม แต่ไม่ได้อยากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านต่ออีก 2 ปี ถึงขนาดนั้น เพราะตนพอมีอยู่มีกิน มีร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่อยู่ในตัวอำเภอ ที่เรียกร้องคืออยากเห็นความถูกต้อง ความเป็นธรรม เหตุการณ์ครั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่าเป็น ”การเมือง” ท้องถิ่น ที่ค่อนข้างจะรุนแรง เพราะมีกระแสข่าวว่ามีการวางตัวผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไว้รอแล้ว เหมือนการเมืองระดับชาติยังไงยังงั้น ถึงกระนั้นตนก็ยังคาใจอยู่ดีเกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายปกครอง

